ยังไม่ได้ปิดรับนะคะ !!

มาประกาศคนที่ผ่าน ที่สมัครในช่วงอาทิตย์แรกก่อนน่ะเออ

 

.


.


.


.

  
.

 

คิดว่ามีรายชื่อแล้วล่ะสิ...ขออภัยจ้า

ขอคั่นด้วยรายละเอียดการร่วมกิจกรรม "งานวัด" ของชาวบลอดเวนแต่ละคนก่อนนะคะ

เพราะมันจำเป็นต้องใช้ในการเขียนนี่เนอะ สามารถจิ้ม link ได้เลยนะคะ

ทำไว้ให้แล้วจ้ะ 

 

Arysai as Gwin Alfort

Tako as Guo Ming

เทพหมี as Shila Marceau

Cyanic as Esen Yala

Sae as Claire Latour 

Sakurana as Emille Petit

Buffy as Clayton Westmorland

Lady Panda as Esther Asling

Foochan as Matilda Lovel

Shake as Tatsumi

Eve as Gael MacEmer

Wadoiji as Shally Sheen

 

.


.


.

อัพเดทล่าสุด 26 มิ.ย. 52
by เทพหมี

06/07/09
by ซินๆ

  
.


.


 


*รายชื่อผู้ผ่านรอบแรก / สิ่งที่จะให้ปฏิบัติรอบสัมภาษณ์(?) -

จริงๆ คือ สอบผ่านแล้วน่ะล่ะ แค่หาอะไรให้ทำค่ะ(/โดนรุมดักตบ)


1. ฟูจัง

2. Lady Panda

 


ขั้นตอนแรก


อยากให้เขียนรายละเอียดให้หน่อยค่ะ ว่าช่วงงานวัด ตัวละครเดินเพ่นพ่านที่ไหนบ้าง

แต่งตัวยังไง ได้พบใคร อยากให้บอกเล่าความรู้สึกนั้นออกมา อยู่ในรูปแบบไหนก็ได้ค่ะ

เขียนในเชิงว่า เพิ่งมาที่เมืองไม่นาน ได้ทันมางานวัดพอดี วันไหนก็ได้นะคะ จากสามวัน

(อาจเป็นได้ย้ายมาในช่วงงานวัดพอดี ไม่ก็ย้ายมาก่อนหน้านั้นแปปนึง หรือตอนแรก

อาจจะได้มาเที่ยวเฉยๆ แล้วย้ายมาหลังจากนี้ก็ได้ค่ะ ขอแค่แจ้งสต๊าฟก่อนก็พอ)

 

ขั้นตอนที่สอง


อัพเรื่องบอกแล้ว(จะบรรยายบอกเฉยๆ หรือจะแต่งเป็นยังไง โซโล่ตามสะดวกเลยค่ะ)

ก็ต้องทำสำมะโนใชไหมคะ!? ประวัติตัวละครไงละ!(ดูแบบฟอร์มได้ที่ about us เลยค่ะ)

จะอัพต่อจากมาเที่ยวเลย หรือ ขึ้นเอนทรี่ใหม่ก็ได้เลยค่ะ ตามสบายโลด

 

ขั้นตอนที่สาม

เอาบลอกมาแปะบอกใน comment ให้ด้วยนะคะ ว่าจะ *ใช้บลอกไหนเล่น BT*

จะสมัครใหม่ หรือใช้บลอกตัวเองก็ได้ค่ะ ตามสะดวกเลย

 

ขั้นตอนที่สี่ *ตามความสมัครใจ*


อย่างที่บอกค่ะ ตามความสมัครใจ จะทำไม่ทำก็ไม่มีใครว่า

เพราะนี่เป็นการเชิญชวนเฉยๆค่ะ หากอยากสนิทสนม รู้เช่นเห็นนิสัยคนที่นี่ไวๆ

มาเล่น Skype สิคะ! (ฮา) หากใครเล่น ลงไอดีที่ใช้ไว้ทีนี่โลดเล่ยยย

หลังจากนั้น จะมีคนแอดคุณไป และลากมาห้องรวมเอง : - )

ปล. ชมรมแม่บ้าน BT สกายปี้ ใจดีทุกคนค่ะ ยินดีต้อนรับเสมอเน้อออ

 

.


.


.

 


*รายชื่อผู้"เกือบ"ผ่าน -

แบบ ใกล้จะผ่านแล้ว แต่เรามีจุดที่อยากแนะนำ และให้แก้ไขหน่อยค่ะ

บางคนอาจสับเยอะหน่อย อย่าว่ากันนะ


*อีกทั้งเรายังมีคำถามเพิ่มเติม ให้ตอบกันอีกด้วยค่ะ ต่างคนต่างคำถาม

ช่วยตอบกันอย่างเต็มที่ สบายๆนะคะ ไม่ต้องเกร็งๆ XD

(ถ้าให้ดี ลองอ่านข้อผิดพลาดของคนอื่นด้วยนะคะ

เผื่ออาจจะนำมาประยุกต์แก้ไขให้ตัวเองดีขึ้นได้อีกค่ะ)


- ก่อนจะตอบ ช่วยลงลักษณะคาแร็กเตอร์ ที่แก้แล้ว ลง comment ด้วยนะ!

แล้วหลังจากนี้ แนะนำให้หาข้อมูลของอาชีพแต่ละอาชีพมา เพื่อใช้ประกอบแนวทางด้วยค่ะ

 

หมายเหตุ : ถ้าสนใจ แก้ไม่ถูก อยากมีคนช่วย เป็นที่ปรึกษา ก็เล่น Skype แล้วทิ้ง id ไว้นะ

รอไม่นาน เดี๋ยวก็มีคนแอดเข้าห้องปรึกษางานเอง ส่วน Skype โหลดได้ - ที่นี่ - ค่ะ


-------------------------


1. D.C.เก้าแต้ม


- สต๊าฟอยากบอกดีซีว่า ยังหาจุดเด่นตัวละครไม่เจอค่ะ =[]=;;

อยากให้เพิ่ม "จุด" ที่จะสร้างความแตกต่าง ให้เห็นชัดแยกออกมาจากตัวละครอื่น

เช่น พูดถึงคนแบบนี้ แล้วคนก็จะอ้อ! คนนี้นี่เอง คนเห็นแล้วจำได้น่ะค่ะ ไม่ใช่มองแล้วผ่านเลย

คือ แสดงความเป็นตัวของตัวเองในตัวละคร ออกมาให้ได้มากที่สุด ไม่ซ้ำจำเจกับคนอื่นน่ะ

/นอกเรื่อง - โดยส่วนตัวแล้ว บอกตรงๆ ซินๆชอบอาชีพ คุณครู ของดีซีมากๆ

เพราะซินๆ อยากได้ครูไงละ! (เป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีคนมาสนใจเลยจริงๆ /ร้องไห้)


*ต่อไปเป็นคำถามเพิ่มเติมนะ

1. ถ้าเกิดเธอคนนี้ เจอวิน (Wynfrieda ของ Sarail) ขึ้นมา เธอจะทำอย่างไร? ช่วยบอกปฏิกิริยาที!

หมายเหตุ : ก่อนจะตอบข้อนี้ ลองไปอ่านประวัติของวินน์ดูก่อนนะ! คุ้ยได้ในหน้า Contents!

2. เธอจะเข้ามาเป็นครูสอนวิชาอะไรคะ? ทำไมละ?

3. ทำไมเธอถึงถูกย้ายมาบรรจุที่นี่ล่ะคะ? แล้วคิดจะทำอะไรต่อไป? เพราะอะไร?

4. ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างเดียวกันกับเมืองก่อน คือมีคนรู้เรื่องความชอบการ์ตูน เธอจะทำอย่างไร?


----------------------

 

2. konoha

 

สต๊าฟอยากบอกโคว่า ชอบคาแร็กเตอร์คุณ ผกก. นะ ดูพุ่งไปข้างหน้าดี(น่ารักค่ะ ฮา)

แต่สงสัยว่า นึกยังไงแกถึงมาอยู่เมืองเล็กๆแบบนี้ ตามปกติคนเป็นผู้ผกก.แล้ว

มันไม่ใช่ว่ามาหาโลเคชั่น ถ่าย แล้วขายเขา มันต้องร่างตั้งกะโปรเจคต์ก่อน

แล้วเสนอเรื่องเข้าฝ่ายอำนวยการผลิต ถ้าเขาโอเคก็ต้องให้เงินมา

ซึ่งมันควรจะอยู่ในแหล่งของมัน ไม่ใช่มาสตาร์ทที่จุดเล็กๆ แบบนี้น่ะค่ะ

อีกข้อคือ ปกติแล้ว พวกนี้มันผันตัวเองไม่ได้ด้วยล่ะ ต้องมีผู้ใหญ่ช่วยผลักดัน

อารมณ์แบบ เฮ้ยมึงลองร่างมา อยากทำหนังอะไร ถ้าน่าสนเดี๋ยวออกทุน! อะไรงี้น่ะ ...

เพราะฉะนั้น ถ้ามาเป็นตัวคุณคนเดียวแบบนี้ มันน่าจะเป็นคนที่เหมือนได้และอยู่กับอาชีพนี้มาพัก

อาจจะประสบความสำเร็จแล้วมาค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ หรือไม่ก็คนที่เฟล

อยากหลบมาพัก เพื่อหาแรงบันดาลใจ เพื่อค้นหาตัวเองอีก หรือไม่ก็งานไม่เป็นที่ยอมรับ

ท้อแท้ หมดกำลังใจ  แล้วหลบมาเติมพลังใจ ก็พอไหวค่ะ

ปล. จากซินๆ ไอ้หนวดหรอมแหรมนั่นน่ะ ทำให้โคดูเป็นน้องหนาวมากเลย(หัวเราะ)

แต่อ่านแล้ว แอบนึกถึงนายกรอยู่นะ แต่ก็ต่างกันที่ พุ่งไปข้างหน้าเพราะต้องการอะไรใหม่ๆ(เฮีย ผกก.)

กับ ไปข้างหน้า เพราะกลัวมันจะไม่เหลืออะไรแบบในอดีต(กร) น่ะ


*คำถามเพิ่มเติม

1. ถ้าคุณทำงานเบื้องหลังแล้วผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับ

มันอยู่ในระหว่างที่คุณต้องวิ่งหาผู้อำนวยการผลิต สปอนเซอร์ โรงถ่ายเหรอคะ?

แล้วทำไมเลือกมาอยู่ที่แบบนี้ละคะ? ทำไมไม่อาศัยอยู่ในแหล่งที่มันเป็นอุตสาหกรรมภาพยนต์?

2. แกเป็นผู้กำกับหนังแนวไหนคะ? ... คงไม่ใช่ถ่ายเอวีนะ /โดนโคเหวี่ยงกระเด็น

3. คิดว่าบลอดเวนที่คุณเห็น ลักษณะคล้ายภาพยนตร์ที่คุณดูมาเรื่องไหน?

เราไม่แน่ใจว่าเราเคยดูไหม พอจะเล่าหรือว่าให้ข้อมูลหนังด้วยได้ไหมคะ?


-------------------------


3. KUN

 

- อยากบอกคุ่นว่า ลักษณะเฉพาะของ พนง. ดับเพลิงคือ อึด ถึก ควาย (อดทน และ อึด)

คุณไม่ควรหวังว่างานจะเปลี่ยนคุณ แต่ควรจะทำตนเองให้มีคุณสมบัติเพียงพอที่งานจะเลือกคุณ

การเป็นนักดับเพลิงแล้วสุขภาพดีเป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครเลือกมนุษย์ที่พกออกซิเจน

หรือยาพ่นเข้าไปช่วยคนที่ไฟไหม้ ยิ่งถ้ามีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจและปอดยิ่งไม่ได้

เพราะเพลิงก็ต้องมีควัน เราไม่ได้เข้าไปตัวเปล่าก็จริง แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอเราว่าตรงนี้ไงๆ ก็ไม่โอนะ

- ด้านคาแร็กเตอร์ โดยส่วนตัวสต๊าฟคือ ชอบมากๆเลยนะคะ แต่ด้านตรรกะมันดูขัดแย้งกันไปหน่อยค่ะ

มันติดแค่ตรงนี้ล่ะค่ะ เพราะงั้น ถ้าไม่เลือกเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่าง คาแร็กเตอร์ กับ อาชีพ

ก็ขอให้ดัดๆ เรื่องสุขภาพของตัวคาแร็กเตอร์ค่ะ แบบโอเคมีปัญหาสุขภาพได้นะ

แต่ก็ต้องประมาณหน่อย แบบลงให้ชัดว่า แกเป็นโรคอะไร แล้วมันมีผลกับงานไหม

เพราะต่อให้ใจสู้เกินร้อย แต่ถ้าสังขารไม่ให้ก็จบ!

- หรือถ้าจะคงคาแร็กเตอร์สุขภาพอ่อนแอ ก็อาจจะต้องเป็นแบบ ฝันอยากเป็นนักดับเพลิง 

แต่สุขภาพไม่เอื้ออำนวยเลยเป็นไม่ได้  แต่....(อะไรก็ว่าไป) หรือ อาจจะ สมัยเด็กๆ สุขภาพอ่อนแอ

แต่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดับเพลิงเลยฟิตสุขภาพตัวเองจนดีขึ้นมาได้.หรือ  ปัญหาสุขภาพมาจากงาน

ปัญหาสูดควันมากไปทำให้ไอค่อกแค่กตลอดเวลา ปัญหาที่ทำให้ขาหัก แขนหัก ฯลฯ

แต่ก็ไม่มีผลอะไรมากกับงาน ซึ่งมันก็จะต้องไปแก้ที่เขียนว่า แย่มาแต่เด็กๆ น่ะเออ
 

*ของคุ่นไม่มีคำถามอะไรนะ? แค่อยากให้ปรับคาแร็กเตอร์หรืออาชีพดูน่ะค่ะ สู้ๆ!!


------------------------------


4.Raveno Sinyor

 

- นุกิ นุกิ อืม.. สต๊าฟชอบอาชีพนุกิชะมัดเลยอา... ภารโรงละ ภารโรง

แต่ด้านคาแร็กเตอร์ บุคลิกดูสับสนๆไปหน่อย เป็นคนดีแต่ชอบทำอีกอย่าง

อยากให้ปรับ เรียบเรียงคำให้ชัดเจนมากขึ้น (+อธิบายให้เข้าใจกว่านี้) จะดีมากเลยล่ะ

เพราะ อาชีพน่าสนใจมากๆ อยากให้อยู่ในเมืองเลย แต่อธิบายได้มึนงงดี orz''

(อยากให้นุกิฝึกเรื่องการเรียบเรียงคำอ่ะ.. /ตบบ่าแปะๆ อันไหนเคยคือเคย อันไหนไม่เคยคือไม่เคย

ไม่ต้องตอบหมดก็ได้นะ ตอบมาเพาะส่วนที่เราน่าจะตอบก็พอ

ไม่ต้องบอกสิ่งที่อยู่ในหัวทุกอย่างก็ได้จ้ะ... )


*/ลูบๆนุกิ ใจเย็นๆนะไม่ต้องรีบ ค่อยๆพูดก็ได้ เราให้เวลานุกิเสมอ (เหงื่อตก)

 

*คำถามเพิ่มเติม

1. เฮียภารโรงแกเก็บขยะตามหน้าบ้าน ไม่ก็เดินกวาดถนนเป็นหลักใช่ไหม?

แล้วนอกจากงานเก็บกวาดแล้ว เฮียแกทำอะไรอย่างอื่นบ้างไหมเอ่ย?


------------------------------


5.bvxvinn

 

*เนื่องด้วยสต๊าฟรู้แค่ปีเกิดคุณวินน์ แต่ไม่รู้เพศ สต๊าฟจึงของเรียกแทนว่า คุณวินน์นะคะ TT _ TT!*

- คนฮิกกี้...(ฮิคิโคโมริแบบอาหมิงเลยล่ะ แต่ไม่ขนาดหมิงใช่ไหมคะ - หมิงเป็นใคร ดูได้ที่ Contents)

นักศึกษาศิลปะ น่าสนใจดีค่ะ แต่มาเงียบอีกคนแล้วแฮะ.. ออกจากบ้านมามั่งก็ได้นะ /กวักมือหยอยๆ

- ตรงอนึ่ง "เจ้าตัวเป็นคนที่เกลียดกลัวความรักฉันท์หนุ่มสาวตามประสาหนุ่มศิลป์เกลียดการถูกผูกมัด" 

แล้วรักร่วมเพศมันไม่ผูกมัดเหรอคะ? สงสัยว่าถ้าไม่ใช่ชายหญิงแล้วมันไม่ผูกมัดหรือไงน่ะ??

คือถ้าไม่ชอบการผูกมัด จำเป็นต้องประกาศว่าชอบชายด้วยเหรอ อยู่เฉยๆก็โอเคแล้วนะ

(เมืองนี้มีเกย์นะเออ.../เหงื่อตก)

- โดยรวมแล้ว โอเคค่ะ เพียงแต่อยากให้แจกแจง

เรื่องอาการสันโดษของตัวเองหน่อยน่ะค่ะ ว่าเป็นแบบไหน ยังไงน่ะ

 

*คำถามเพิ่มเติม

1. คุณศึกษาศิลปะด้านไหนคะ? แล้วแรงบันดาลใจในงานศิลปะคิดว่าได้มาอย่างไร?

*ขอแนะนำเพิ่มติ๊ดนึง -

คิดว่าควรทำยังไงให้ต่างจากคุณจิตรกรดีคะ? (ใครคือกร อ่านได้ที่ Contents ค่ะ)

 

.


.


.
 

 

*รายชื่อคนไม่ผ่าน - อย่าพึ่งท้อนะคะ!

คือ จะแก้ก็ได้ ถ้าอยากคงคาแร็กเตอร์ไว้ (แต่คงเหนื่อยแหงๆเลยล่ะ)

ซึ่งถ้าให้ดี แนะนำให้เปลี่ยนไปเลย ง่ายกว่าค่ะ =[]=;;

อย่าลืมมาสอบซ่อมกันน้าาา /โบกผ้าเช็ดหน้าหยอยๆ


*ไปปรึกษาได้ใน skype เช่นกันค่ะ XD!! ไม่ต้องกลัวๆ


---------------------------

 

1. NUTCRACKERS

 

- สต๊าฟอยากบอกลูกนัทคล้ายๆดีซีค่ะ คือ สต๊าฟยังหาจุดเด่นของเธอไม่เจอเลย

ที่ลูกนัทบอกมา ยังเห็นภาพไม่ชัดเลยค่ะ ว่า เธอเป็นยังไง นึกยังไงถึงมาอยู่ที่นี่

แล้วถ้าคิดจะเอาจริงเอาจัง ทำไมถึงได้มาเอาดีที่สังคมชนบทบ้านนา แบบนี้ล่ะคะ?

แล้วสต๊าฟก็อยากเห็น "อะไร" ที่จะทำให้เธอแตกต่างจากคนอื่นมากขึ้นน่ะค่ะ

- ที่สำคัญ สต๊าฟรู้สึกว่า เธอดูเลื่อนลอยมากๆเลยค่ะ เธอไม่ไปโรงเรียนหรอคะ?

จริงอยู่ว่า เธอกลับมาอยู่กับพ่อ เธอมีพ่อเลี้ยงดู แต่จะให้เธอลอยไปลอยมาเฉยๆหรอ??

ถ้าเธอคิดจะจริงจัง ถ้าเธอเล่นเก่ง แล้วไหงเลื่อนลอยแบบนี้ล่ะคะ?

คือ ตกลงว่า เธอเอาจริงเอาจัง หรือเลื่อนลอยแน่? มันดูขัดแย้งกันเองนะเออ

เพราะ เธอเหมือนมาแต่คาแร็กเตอร์ มีแต่ที่มาที่ไป เหตุผลดูไม่ค่อยมีน้ำหนักน่ะค่ะ

- ลองมานับด้านตรรกะบ้างนะ ที่ลูกนัทบอกว่า เธอเล่นเครื่องดนตรีได้แทบทุกชนิด แถมดีอีก

สต๊าฟอยากบอกว่า การที่คนเราจะเล่นได้ทุกชนิดและทำได้ดีด้วยน่ะ ใครมันจะทำได้คะ orz

ต่อให้มีพรสวรรค์ก็เหอะ เช่น การเล่นเครื่องเป่า เอาแต่พวกบราสท์ เครื่องทองเหลือง กับพวกลมไม้

การบังคับยังต่างกันเลย แล้วไหนจะไวโอลิน... มันไปคนละทางเลยค่ะ แล้วเครื่องดนตรีนี่

มันก็มีหลายประเภท แต่ละอย่างก็ต่างกันเยอะนะ ถ้าถนัดไปอย่างๆไปเลยนี่ น่าจะเห็นชัดกว่าค่ะ

ถ้ายึดตามหลักความเป็นจริงแล้ว มันน่าจะเป็นแบบนี้มากกว่าละ 

จับอะไรไว้มากเกินไป เดี๋ยวจะทำได้ไม่ดีซักด้านนะคะ เอาเฉพาะด้านที่เธอรักดีกว่าค่ะ

- แล้วก็เรื่องลักษณะ.. ทำไมมึนงง ทำไมพูดจาไม่รู้เรื่อง ควรจะมีเหตุผลซัพพอร์ตด้วย

คุณเป็นพาร์กินสัน หรือว่าเป็น พวกคิดอะไรช้าก็บอกมาเลยค่ะ เป็นแบบนี้ได้ ก็น่าจะมีสาเหตุเนาะ?


*คำถามเพิ่มเติมค่ะ(กรณีคงคาแร็กเตอร์ไว้ แต่อยากปรับ)

1. เธอจริงจังกับดนตรีมากแค่ไหนคะ? ที่บอกว่า เธอมีพรสวรรค์ มันเหมือนกับเธอเรียนรู้มันง่ายๆ

ได้ความสามารถนี้มาง่ายๆ แล้วเธอรัก การเล่นดนตรีจริงๆหรือเปล่าคะ?

2. ในอนาคต อยากจะทำอาชีพเกี่ยวกับดนตรี หรือทำสิ่งอื่น และเพราะอะไร?


-------------------------

 

2.La lune

 

เอ่อ..  แนะให้เปลี่ยนอาชีพไปเลย ก่อนจะกลายเป็นคนตกงาน ไม่มีอะไรจะทำในอนาคตค่ะ

อย่างคุณดิอัส ตำรวจเมืองเรา ดูจะมีงานแค่ ล็อคล้อรถคุณทัตสึมิด้วยค่ะ เมืองเราสงบสุขไปสินะ orz''

ส่วนด้านตัวคาแร็กเตอร์ คิดว่าโอเคแล้วค่ะ แต่แอบอยากให้บรรยายให้เห็นภาพกว่านี้หน่อย

นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่ะเออ (จะเปลี่ยนเลยก็ไม่มีปัญหาค่ะ)


-------------------------

 

3. Freebreath/Reyso/Devas


- คล้ายๆกับคุณตำรวจข้างบนค่ะ ... อาชีพซ้ำซ้อน.. เห็นใจคุณหมอเกรทเมืองเราน่ะค่ะ

เกรงว่า เมืองเล็กๆ อาชีพน่าจะหลากหลาย มิฉะนั้นอาจเกิดการแย่งงานกันค่ะ

- ตรงส่วนของ "เป็นพวกสองบุคลิก คือชอบทำอะไรที่ดูเหมือนขัดกันเองแบบไม่มีเหตุผล"

อยากให้อธิบายเพิ่มเติมหน่อยค่ะ โดยส่วนตัวคือ เราเข้าใจว่า ชีดูสาวแกร่ง เป็นตัวของตัวเอง

และ SELF มากๆ ประมาณฉันอยากทำอะไรก็ทำ ไม่สนใจใคร อะไรแบบนี้น่ะเออ

(ข้อแนะนำนี้ ใช้ในกรณีไม่ได้เปลี่ยนตัวคาแร็กเตอร์ แต่เปลี่ยนแค่ตัวอาชีพนะคะ

เพราะถ้าเปลี่ยนหมดเลยก็ไม่ต้องสนใจคำถามได้เลยค่ะ)


- ตอบคำถามที่ทิ้งไว้เรื่องรายละเอียดของยุคสมัยค่ะ(ขอบคุณสำหรับคำถามด้วยนะคะ X-D)

บลอดเวนเป็นยุคปัจจุบัน เป็นเมืองแบบเดียวกับแถบชนบทในยุโรปค่ะ

(เมืองข้างๆสิ มันมีทุกอย่างเลย orz หาอะไรที่นี่ไม่ได้ ไปเมืองข้างๆมีหมด)

แต่หลังๆมา จะเริ่มทันสมัยขึ้นหน่อย(อิทธิพลส่วนหนึ่งก็มาจากเมืองข้างๆนี่ล่ะ)

ไม่ไกลจากเมืองข้างๆ แต่เป็นทางเขาซะมาก การเดินทางเลยค่อนข้างลำบาก

มีผลให้การติดต่อกับต่างเมืองมีน้อยลงน่ะค่ะ ส่วนการเดินทาง จะมี

รถเมล์ไปเมืองข้างๆมีอาทิตย์ละครั้ง คือวันอาทิตย์ กับเรือ และ บอลลูนค่ะ

ถ้าสงสัย คาใจตรงไหนยังไง ไม่เข้าใจ ถามได้เสมอนะคะ ไม่ต้องเกรงใจค่ะ!


.


.


.

 

*หมายเหตุ :


แนะนำเพิ่มเติมค่ะสำหรับทุกคนที่ยังไม่ผ่าน (ไม่ว่าจะไม่ผ่านหรือเกือบผ่าน) 


- ลองศึกษาคาแรคเตอร์อื่นๆดูบ้างนะคะ ว่าชาวเมืองเราประกอบอาชีพอะไร

บุคลิก ลักษณะนิสัยเป็นยังไงกันบ้าง กันการซ้ำซ้อนของข้อมูลค่ะ

(อย่างอาชีพ ดูได้ที่หน้า Characters ตรง PAGE เลยค่ะ )

ไม่จำเป็นต้องไปนั่งอ่านทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็อยากให้รู้เรื่องอาชีพไว้บ้างค่ะ

- ช่วยปรับลดโลกส่วนตัวของตัวละครคุณหน่อยค่ะ

ถ้ามีคนที่ไม่ชอบสังคม ไม่ชอบยุ่งกับคนอื่นอยู่เยอะๆ

คงมีหลายคน ที่จะเหนื่อยค่ะ ทั้งตัวคุณ และ คนที่อยากรู้จักคุณ

ที่นี่ เราเน้น ปฏิสัมพันธ์ต่อคนรอบข้าง เป็นส่วนสำคัญด้วยนะคะ!


.


.


.

 

*Special Thanks

 

ขอบคุณชาวสกายปี้ พี่เมพ พี่เป้ พี่ซาบ พี่เล้ง พี่โด๋ย พี่เชค บิวท์ ไอ๊ แหนว ฯลฯ

สำหรับความช่วยเหลือ ความทุ่มเท ความเห็นมากมาย จนทำให้การสอบครั้งผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ


.


.


.

 

*ข้อความจากชาว Skype บางท่าน ถึงผู้สมัครใหม่ค่ะ

  

พี่เล้ง*คุณ ค.ต. :

จุ๊บ จุ๊บ เล้งรักทุกคน

พี่เมพหมี*คุณชีล่า :

ถ้าแวะมาที่ร้านจะลดราคาให้ค่ะ...
ไว้เจอกันนะคะ - อย่าลืม บูชาเมพหมี

พี่เป้*เอเซน :

ยินดีต้อนรับทุกคนที่ฝ่าด่านกรรมการหฤโหดเข้ามาได้ 
ใครยังไม่ได้อย่าเพิ่งท้อนะจ๊ะ  โอกาสหน้ายังมี  สัญญาว่าจะคัดให้เข้มขึ้น(เอ๊ะ?)

พี่โด๋ย*ชาร์ลี :

อืม....ยินดีด้วย และสำหรับคนที่ยังไม่ผ่านก็พยายามเข้านะ เอาใจช่วย : - )

ซินๆ*อามิน่า :

ไม่ว่าจะผ่าน หรือไม่ผ่าน ขอให้สู้ต่อไปนะคะ เหลือเวลาอีกอาทิตย์นึง สู้ๆ!

เมืองเรายินดีต้อนรับคนที่อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเสมอค่ะ : - )

ถ้ายังไม่ผ่าน อยากเข้าจริงๆ เราก็ยืดหยุ่นให้ได้เรื่อยๆ เพราะงั้นอย่าพึ่งท้อนะ!

บิวท์-หมึก*อาหมิง :

"..."

ซินๆ/ไล่กระทืบบิ้ว

พี่เชค*คุณทัตสึมิ :

ถ้ามาเล่นแล้วล่ะก็ อย่าดองนะ อย่าโพส profile แล้วก็หายไปเลย มาเล่นกันเยอะๆ ดีกว่านะ 

ช่วยเอ็นดูคุณทัตด้วย นายธนาคารเป็นคนคูลนะ

พี่ซาบ*กวิน :

ฝากตัว ฝากใจ ฝากหวินไว้ในดูแลด้วยนะคะ แล้วมาสนุกกับเมืองนี้กันเถอะ =///=

อย่าดองมากนะเออ


.
  .
 

.
 

.
 

.
 

 

Sintia

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2552 (00.24AM) 

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2552 (00.26AM)

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2552 (02.25AM)

ป้าซาบ

วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2552 (01.30 AM)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet



/ตื่นเต้นๆๆ

#1 By ป้าซาบ on 2009-06-22 02:03

คำฝากพี่เชคเสียดแทงใจ *ล้มตาย

#2 By buffy on 2009-06-22 10:28

นิสัย(แก้แล้ว..?) :

ความจริงแล้วเธอก็เป็นผู้หญิงที่จืดจาง ไม่ค่อยสะดุดตาคนอยู่แล้ว.....(อึก...)...ค่อนข้างเป็นคนใจดีและไม่สู้คน ขี้เกรงใจ ไม่มั่นใจในตัวเองด้วย นานทีปีหนที่จะแสดงท่าทีมั่นใจอะไรสักอย่างมากๆ แถมยังลุกลี้ลุกลนไปมา...เวลาเจอเหตุการณ์ประหลาดๆก็จะทำอะไรไม่ถูก! ไม่จริงน่า ทำไมอะไรแบบนี้จะต้องมาเกิดกับชั้นด้วย...ชั้นแค่อยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบราบเรียบเท่านั้นเองนะคะ....ฮึก...orz...เอาเข้าจริงก็ค่อนข้างโวยในใจมากกว่า...ภายนอกก็กระซิกๆทำตามคนอื่นจิกหัวสั่งไป....

อืม...ค่อนข้างซุ่มซ่าม...ด้วยล่ะ...(ยิ่งเวลาตื่นเต้น อาย โกรธ ดีใจมากๆ จะิ่ยิ่งซุ่มซ่ามหนัก...)

ไม่ค่อยจะทำตัวเรื่องมากสักเท่าไหร่ ส่วนมากแล้วอะไรก็ได้ อะไรก็ได้จริงๆค่ะ ชั้นไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...(พูดซ้ำกันสามรอบแล้ว!)

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นถ้าเกิดเป็นการพูดต่อหน้านักเรียนก็ต้องแสดงมาดคุณครูหน่อยล่ะนะ! ความจริงก็เกรงใจนักเรียนอยู่เหมือนกัน แต่ว่าจะให้ปล่อยปละก็ไม่ใช่จรรณยาบรรณครูที่ดีนะคะ! (/กำหมัด) จะให้ลดการบ้านงั้นเหรอ อ่า ไม่ได้ๆๆ ไม่ได้หรอกนะ..(/ปาดเหงื่อ)...บางทีก็กลายเป็นว่า โดนนักเรียนแซวแล้วโต้กลับไม่ถูกเหมือนกัน "ม...แหมพูดอะไรแบบนั้นคะนักเรียน อ่าๆๆๆ....ถ...ถึงไหนแล้วล่ะเนี่ย.." เธอก็จะพยายามเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนทันที เรื่องเถียงคนอื่นนี่ไม่ไหวจริงๆค่ะ..orz แต่เธอเองก็เป็นครูที่ใช้ได้ นักเรียนก็คงจะชอบและเกรงใจในระดับนึงล่ะมั้ง

ถ้าเกิดเจอคนที่ถูกคอละก็ จะคุยยาวเลยทีเดียว ประมาณว่าพูดน้ำไหลไฟดับ (ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุ...ที่แฟนของเธอบอกเลิก) จนพอเริ่มรู้สึกตัวว่าพูดเยอะไปก็จะเริ่มลุกลี้ลุกลน อ๊ะ...ช..ชั้นพูดมากเกินไปรึเปล่าคะ...ขอโทษค่ะแบบว่าไม่ค่อยมีคนให้คุยเรื่องนี้ด้วยเลย...TTwTT

พอใครบอกให้ทำำอะไรก็จะทำตลอด...เช่นบอกให้บูชาเทพหมีก็.. "..บ..บูชาเทพหมี..บูชาเทพหมีสินะคะ..!!!บ..บูชา...บูชา...อูราาา=[]=~~..." (ฮา..)

เอาเข้าจริงก็ติงต๊องน่าดูเลยนี่หว่า....อึก...

ถึงจะพูดว่าละมั้งอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าถ้าเกิดตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็จะไม่ทิ้งหรอกนะ!


*ต่อไปเป็นคำถามเพิ่มเติมนะ

1. ถ้าเกิดเธอคนนี้ เจอวิน (Wynfrieda ของ Sarail) ขึ้นมา เธอจะทำอย่างไร? ช่วยบอกปฏิกิริยาที!

วินเขาเป็นนักเขียนการ์ตูนใช่ไหมล่ะ? เจอหน้าปุ้บก็ประมาณว่า...อ๊ะ....นั่นมัน...นั่นมัน!!! นักเขียนการ์ตูนคนนั้น!!!
ความคิดมันจะเริ่มตีกันอยู่ในหัวไปหมด..ย...ย...อยาก...ข...ข...ขอ...ลาย...เซ็นต์...จังเลย...แต่ว่า...แต่ว่าถ้าพูดไปแบบนั้น จะรู้สึกว่าเราเป็นคนแปลกๆรึเปล่านะ...ไม่สิ...ก็นักเขียนการ์ตูนคงจะชอบอะไรเหมือนๆกับเรา...ต...แต่ว่า...แต่ว่า...ถ้าเกิดว่าเขาไม่ชอบล่ะ....หว้าาา...(/ตาลาย)
"....อะ....อะ....อรุณสวัสดิ์ค่ะ!...." /มือสั่นกึกๆๆๆๆๆ...

ทักทายกันได้สองสามคำเธอก็จะรีบวิ่งปรุ๊ดออกมาหลบ...

(/เอาหัวโขกเสา)...ทำไมเราถึงได้เป็นคนแบบนี้...ทั้งๆที่คิดว่าเจอคนที่คุยกันได้แล้วเชียว...แบบนี้เมื่อไหร่จะมีเพื่อนล่ะเนี่ยเรา...โฮววว... (/ลงไปนั่งสิ้นหวัง)

"ครูครับ...ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะครับ"
"อ๊ะ...!"

....

"ไม่มีอะไรค่ะ ไม่มีอะไรจริงๆค่ะนักเรียนนน~~!!" โบกไม้โบกมือไปมา...

2. เธอจะเข้ามาเป็นครูสอนวิชาอะไรคะ? ทำไมละ?

อยากให้เป็นครูประจำชั้นสักชั้น แล้วก็สอนศิลปะควบไปด้วย! เพราะว่าคนที่ชอบการ์ตูนหรืออนิเมก็ต้องชอบวาดรูปตามเป็นธรรมดานั่นล่ะค่ะ(โดยเฉพาะสาวๆ...) เธอก็คงจะเรียนมาทางศิลปศาสตร์ อะไรประมาณนี้อยู่แ้ล้ว (ด้วยความพีค..) แต่ไอ้ครั้นจะวาดรูปขายทางครอบครัวก็ว่าอาชีพไม่มันคงพอ ก็เลยมาเป็นครูสอนศิลปะ...
ความจริงที่มาเป็นครูเพราะรักเด็กด้วยล่ะ...อั้ย!...

ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าโรงเรียนบลอดเวนมีทั้งประถมทั้งมัธยมรึเปล่า ถ้าเป็นครูได้ ...ความจริงแล้วเธอเคยเป็นครูประจำชั้นเด็กประถมมาก่อน แต่ถ้าเกิดว่ามารอบนี้จะให้ประจำชั้นมัธยมก็คงจะไม่เป็นไรหรอกมั้งนะ...(จะคุมนักเรียนได้ไหมล่ะเนี่ย)

3. ทำไมเธอถึงถูกย้ายมาบรรจุที่นี่ล่ะคะ? แล้วคิดจะทำอะไรต่อไป? เพราะอะไร?

มีข่าวมาว่าโรงเรียนบลอดเวนต้องการครูศิลปะเพิ่ม ตอนแรกเธอก็ไม่ค่อยจะสนใจอะไรเพราะไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ อยากจะอยู่ที่เดิมไปเรื่อยๆ ...แต่แล้วจู่ๆก็ดันมาถูกแฟนบอกเลิก เพราะเรื่องรสนิยมซะนี่!!!
อะไรๆก็ดูหมุ่นหมองไปหมด เพื่อนครูด้วยกัน(ที่ยังไม่รู้เรื่องความลับของเธอ..)เลยแนะนำว่างั้นลองย้ายไปทำงานที่โรงเรียนในเมืองบลอดเวนไหม เขาต้องการครู เมืองก็บรรยากาศดี ถ้าเกิดได้ไปอยู่ไปทำงานที่นั่นก็น่าจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
เธอก็เลยลองมาเที่ยวงานวัดของเมืองในวันสุดท้ายดู...ด้วยอารมณ์ที่ยังหดหู่จากเรื่องแฟนบอกเลิกอยู่...(แถมคนยังเดินกันเป็นคู่เต็มไปหมดให้บาดตาบาดใจเหลือเกิน..)...แต่พอเห็นพลุดอกไม้ไฟแล้วก็รู้สึกว่า...ดอกไม้ไฟที่ส่องแสงอยู่เหนือเมืองบรรยากาศสไตล์ยุโรปแบบนี้ มันสวยสุดๆไปเลย!
ถ้าเกิดเป็นเมืองที่สวยงามแบบนี้ อาจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ก็ได้...

......ละมั้ง...ละมั้ง.....กึกๆๆ...

4. ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างเดียวกันกับเมืองก่อน คือมีคนรู้เรื่องความชอบการ์ตูน เธอจะทำอย่างไร?

ตอนนี้คงย้ายหนีไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ฮ่ะๆๆๆ...ก็คงจะคุกเข่า ขอร้อง อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเลยนะคะ ได้โปรดดด...orz
ถ้าเป็นคนที่น่ากลัวหน่อยรู้ อาจจะเกิดการต่อรอง ถ้าไม่ทำแบบนี้ชั้นจะแฉ....ซึ่งเธอเองก็คงจะไม่สามารถต่อกรได้.....(โถ..)
แต่ถ้าเป็นคนที่พอคุยกันได้ในเรื่องแบบนี้ ก็จะคุยน้ำไหลไฟดับเลยทีเดียว...sad smile

#3 By D.C.เก้าแต้ม on 2009-06-22 10:56

รับทราบค่ะ...ขอไปนั่งจิ้นใหม่ก่อน...หุหุ
แล้วจะมาสอบซ่อมค่ะ ^ ^

#4 By rey on 2009-06-22 15:03

กลับมาสอบซ่อมอย่างรวดเร็ว..เพราะเลิกเรียนไว...หุหุ
(ไม่แน่ใจว่าต้องลงใหม่ทั้งหมดหรือว่าเอาแค่ตรงส่วนที่แก้ไขน่ะค่ะเลยขออนุญาติลงใหม่ทั้งหมดเลยแล้วกัน)

สอบซ่อมคร้าบบ
1. คุณใช้ Penname ว่า อะไรคะ ? อยากให้เราเรียกคุณว่ายังไงเอ่ย ?
pennameใช้หลายชื่อมากเลย...Freebreath/Reyso/Devas
แต่ถ้าชื่อที่คิดจะใช้ในเมืองก็เป็น ยินตรา(ยิ-นะ-ตรา) D. Revenof เรียกชื่อเล่นว่ายิน หรือD ก็ได้ค่ะ

2. คุณรู้จักที่นี่จากที่ไหน ใคร อยากเล่นเพราะอะไร ?
จากบล็อกของคุณshakriค่ะ..ตามlinkมาพอเข้ามาอ่านรายละเอียดแล้วอยากเข้ามาเล่นด้วย...ดูน่าสนใจดี

3. เมืองบลอดเวน ในความคิดคุณเป็นแบบไหนคะ ?
น่าจะเป็นเมืองเล็กๆที่ดูเหมือนจะเอื่อยเฉื่อยแต่กลับมีเรื่องให้ได้วุ่นวายอยู่ทุกวัน...เป็นเหมือนภาพย่อของชีวิตที่ตัวเองอยากจะเห็นอยากจะให้เป็น..อะไรประมาณนั้น(พูดง่ายๆเหมือนจะสนองตันหาตัวเอง)

4. ช่วยบอกลักษณะคาแรกเตอร์ที่คุณจะสร้างมาคร่าวๆ ขอแบบพอเห็นภาพค่ะ
สาวแว่น...ผมยาว,ดำ ตาสีฟ้า อายุ25 ลูกคนกลาง พ่อเป็นมาเฟียรัสเซีย(กำลังโดนพี่ชายกล่อมให้ถอนตัวอยู่) เป็นมนุษย์สองขั้ว ปกติจะทำตัวเหมือนเป็นคนเอื่อยเฉื่อยล่องลอยและอู้งาน แต่พอเป็นเรื่องที่ตัวเองอยากจะทำแล้วจะไฮเปอร์มากๆ มีระบบความจำแบบแปลกๆ..ถ้าไม่จำได้อย่างแม่นยำทุกรายละเอียดก็จะลืมแบบจำอะไรไม่ได้เลย ไม่คิดอะไรมากถ้าไม่เกี่ยวกับคนที่ตัวเองแคร์ ถึงจะทำตัวง่ายๆสบายๆแต่ถ้ามีคนมาจู้จี้มากๆจนเกินขีดความอดทนก็จะวีนแตกกลับ ไม่ถูกกับความวุ่นวายเพราะฉะนั้นเวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นถ้าไม่ถอยออกมาดูห่างๆก็จะโดดเข้าไปร่วมวงด้วยเลย(แก้ให้มันเลิกวุ่น..หรือไม่ก็วุ่นกว่าเดิม) ปากหมาแบบรู้กาลละเทศะแต่ก็มีบางครั้งที่หยุดปากตัวเองไม่อยู่ ชวนคุยไม่เก่งแต่ถ้ามีคนมาคุยด้วยก็จะพ่นน้ำไหลไฟดับ..โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องที่สนใจสัตว์ การ์ตูน หนังสือ...เป็นต้น

5. ก่อนหน้านี้ เคยอ่านบลอก หรือฟิคที่เกี่ยวกับบลอดเวนบ้างไหม ?
- ถ้าเคย ของใคร ? รู้สึกอย่างไร ?
- ถ้าไม่เคย คาดหวังจะได้อ่าน(รวมถึงนำเสนอ)เรื่องราวที่นำเสนอในรูปแบบไหน
ไม่เคยค่ะ...อยากอ่านฟิคสนุกๆที่หลายๆคนแต่งโดยมีฉากหลังหรือพื้นฐานในการดำเนินเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน ตัวละครมีความผูกพันกันเวลาแต่งคงสนุกแล้วก็มึนๆดีๆ

6. สิ่งที่คุณอยากจะให้เมืองนี้ปรับปรุง มีอะไรบ้าง ?
คงเป็นพวกรายละเอียดของยุคสมัยมั้งคะ..แบบว่าในยุคปัจจุบันหรือว่าย้อนไปหลายสิบ/ร้อย ปี(แบบว่ากลัวแต่งแล้วไปขัดกันเอง)....เห็นมีบอกแค่ว่าแยกเป็นเอกเทศออกมาแล้วก็ไม่ค่อยมีเทคโนโลยีเลยกะไม่ถูกว่าเป็นประมาณไหน(เรื่องมากไปไหมนี่ฉัน = =’a)

7. ถ้าเล่นจะทำอาชีพอะไร ? เป็นคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ใหม่
หรืออยู่แต่เดิมแล้วจากไปนานแล้วย้ายกลับมา

นักแปลค่ะ..รับทำงานอย่างอื่นที่เกี่ยวกับภาษาด้วย ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่

เอิ้กก...ไปรอผลต่อ...

#5 By rey on 2009-06-22 16:33

อุกร๊าาาาาาาาาาาาาาาาา *วิ่งมากอดคอมแหลก*

เกือบผ่านด้วยล่้ะ เกือบผ่านล๊าาาา *เหวี่ยงสต๊าฟ*
ภารโรงล่ะ ภารโร๊งงงงงงงงงง *ร้องไห้*

ไสคป์ เล่นนนนนนนน อยู่ววววววววววววววว

ลองเสิร์จ หาคนยูซเซอร์ Nukinukinukinuki

nuki 4 ครั้งนะครับ (ฮา)

ทำไมถึงต้อง ย้ำนุกิ เยอะขนาดนั้ี่น เพราะตอนสมัคร
พิมพ์ นุกิ ไปสามรอบ ยังมีคนเอาซ้ำ กร๊าซซซซ
เลยสี่รอบซะเลย อา ว่าแต่ ตรูมาพิมพ์ไรฟะเนี่ย
จะบอกประวัติ ยูซเสอร์เนม ทำไมให้เปลืองพื้นที่ อา....

เข้าใจว่า แก้นี่คงไม่รีบสิน่อ งั้น ขอตัวไป...เป็นเบ๊
สักครู่ sad smile sad smile sad smile ฮ่ะๆๆๆ แล้วจะมาแก้ครับบบ!!!

#6 By Raveno Sinyor on 2009-06-22 17:32


เอาล่ะนะคะ คอมเม้นท์นี้เราจะมาเริ่มกันใหม่เลยนะคะ ฮึบ!
(ยาวหน่อยนะคะ orz)


จริงๆแล้ว คุณ ผกก.ชื่อ จิตรกานต์ วิชิตวงศ์ ค่ะ เป็นพี่ชายของกร (ไม่ทราบว่าทางสต๊าฟเห็นชอบด้วยมั้ยคะ จะอนุญาตมั้ยค่ะ *สั่นกึกๆๆ* คือคิดมาตั้งแต่เริ่มสมัครหมาดๆเลยน่ะค่ะ (คุยกับพี่หนาวแล้วนะคะ))

แล้วตอนที่ยังอยู่กับกร ยังอยู่กับพ่อของตัวเอง กานต์เป็นนักเลงค่ะ คือแบบว่า ทำตัวเหลวไหล ไม่สนใจการเรียน เป็นอันธพาล แต่ว่ากานต์เองก็คอยดูแลพ่ออยู่ตลอด เขาเองต้องออกไปทำงานพาร์ทไทม์ข้างนอกหลายครั้ง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวที่มีกันแค่สามคน ส่งน้องและตัวเองเรียน

แต่ว่าถึงจะทำขนาดนั้นพ่อก็ยังสนใจกรมากกว่าอยู่ดี มีอะไรก็จะให้กร ถึงจะเป็นการแสดงออกที่ไม่เก่งของคุณพ่อแต่กานต์ก็รู้ว่าพ่อสนใจกรมากกว่าตัวเอง นั่นจึงทำให้กานต์น้อยใจลึกๆ

จนวันหนึ่งที่กรก็หนีออกจากบ้านไป กานต์ไม่เข้าใจว่าทำไมกรได้ทุกอย่างขนาดนั้นแล้วจึงต้องหนีออกไปด้วย
เขาพยายามจะหาคำตอบ แต่ก็สายเกินไปเมื่อไม่รู้ว่าน้องของตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน

และเขาก็หวังว่า จะทำงานดีๆ เก็บเงินเอาไว้แล้วตามหาน้องชายของตัวเอง เพื่อจะได้ถามคำถามที่เขาต้องการคำตอบมานานแสนนาน หลังจากนั้นกานต์ก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น กานต์จบจากมหาลัยช้ากว่าเกณฑ์ แต่แล้วในที่สุดเขาก็เป็นนักเรียนเรียนดีคนหนึ่ง

กานต์มีความฝันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าอยากทำงานในวงการบันเทิงในประเทศไทย ไม่ว่าจะเบื้องหลังหรือเบื้องหน้าเขาก็ยินดี เป็นเพราะเขาชอบงานแบบนี้มาก บวกกับมีความสามารถในการถ่ายภาพด้วย

จนในที่สุดเขาก็สามารถไปเป็นช่างกล้องถ่ายหนังให้กับกองกำกับภาพยนต์ค่ายหนึ่งที่มีผู้กำกับชื่อดังเป็นคนกำกับ

ถึงเป็นช่างกล้องแต่บางครั้งกานต์ก็ออกมาเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำกับหนังอยู่บ่อยครั้ง

"ผมว่ามันควรจะเป็นอย่างนี้ดีกว่านะ"
"แบบนั้นไม่ดีมั้งครับ"

จนบางครั้งก็ทำให้ผู้ใหญ่ไม่ค่อยพอใจ
ถึงกานต์จะรู้ว่าเป็นสิ่งไม่ควร แต่ว่าเขาก็แค่อยากให้งานมันออกไปสู่สายตาผู้ชมในทางที่ดีเท่านั้นเอง ใครจะว่ายังไงนั้นอีกเรื่องหนึ่ง

พอได้ใกล้ชิด ได้แสดงความคิดเห็นบ่อยครั้งจนเป็นเวลานานและสม่ำเสมอ...

มันก็ทำให้เขาอยากเป็นผู้กำกับ



(มีต่อ)

#7 By konoha [Thankfully] on 2009-06-22 18:03

(ต่อ)



หลังจากเป็นตากล้องถ่ายภาพให้กับค่ายหนังมาถึงสามปี ผู้กำกับชื่อดังท่านหนึ่งได้เห็นพรสวรรค์ในตัวกานต์ถึงการกำกับภาพยนต์ เขาลองเสนอโปรเจคท์เรื่องหนึ่งให้กานต์ลองกำกับโดยมีเขาคุมและสนับสนุนอยู่ห่างๆ ถึงจะมีพวกผู้ใหญ่บางพวกคัดค้าน แต่กานต์เองก็กำกับหนังออกมาได้ดีจนพวกเขาไม่สามารถติอะไรได้อีกเลย

จนในที่สุดภาพยนต์เรื่องแรกที่เขากำกับก็ออกมาสู่สายตาผู้ชม


นั่นจึงเป็นที่มาแห่งการแจ้งเกิดของ จิตรกานต์ วิชิตวงศ์



กานต์ได้เป็นผู้กำกับเต็มตัวตอนอายุ 30 ปัจจุบันอายุ 38 มีประสบการณ์มา 11 ปี(บวกตอนที่เป็นตากล้อง 3 ปี ) เขากำกับหนังมาแล้วทั้งหมด 5 เรื่อง ซึ่งทุกเรื่องนั้นไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย (ถึงจะมีแต่เล็กน้อยมาก) ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟ็ค สมบูรณ์แบบ

เขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เขาคืออัจฉริยะแห่งวงการหนังจอยักษ์อย่างแท้จริง


หลังจากนั้นมาฐานะเขาดีขึ้นอย่างน่าประหลาด หนังทุกเรื่องที่เขากำกับนั้นสร้างกำไรได้อย่างดี จนเขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว เขาได้เข้าสังคม รู้จักคนโน้นคนนี้ ดารานัก
แสดงอีกมากมาย ได้ออกไปรับรางวัล ได้ออกทีวี นับว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เลยทีเดียว
และเขาเองก็รักอาชีพผู้กำกับนี้มาก


และในที่สุดก็นำไปสู่เส้นทางแห่งความรัก...



กานต์แอบหลงรักนักแสดงหญิงคนหนึ่งที่เคยร่วมงานกับเขา เขารู้จักเธอเมื่อตอนที่เป็นผู้กำกับมาได้แล้วหนึ่งปี แล้วดูเหมือนตอนนี้ทั้งคู่จะชอบพอกันอยู่มาก

จนในที่สุดพวกเขาทั้งสองก็หมั้นกันในตอนที่กานต์อายุ 34

กานต์เป็นคนที่เข้มงวด จริงจัง ดูขึงขังและตรงไปตรงมา เขามีเหตุผลและความนึกคิดที่เป็นของตัวเองและยึดมั่นกับมันอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้เขาย่อมมีวิธีการของตัวเองในการตัดสินใจจะทำอะไร

เขาคิดว่า "ฉันต้องพยายามมากกว่านี้ ต้องมีชื่อเสียงมีเงินทองเพื่อที่คนรักของฉันจะได้ชื่นชมและยอมรับฉัน
เธอคงจะดีใจเมื่อเธอได้แต่งงานกับฉันแน่ๆ ใช่แล้ว เธอต้องมีความสุข... ฉันจะทำให้เธอมีความสุข"
นั่นคือสิ่งที่กานต์เรียกว่า "รัก"


เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วกานต์ก็พยายามทำงานหนักยิ่งขึ้น เขาโหมแรงกายและแรงใจ
ลงไปกับงานและใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับมัน เพื่อที่จะได้ทำตามปณิธานที่ตัวเองตั้งไว้

จนในที่สุดงานที่เขาสร้างก็ประสบผลสำเร็จเช่นเคย วันที่เขาได้รับรางวัลกำกับหนังยอดเยี่ยมเขารีบกลับบ้านมาเจอคนที่เขารักเพื่อประกาศว่า "ฉันทำสำเร็จแล้ว! เธอดีใจใช่มั้ย!"

แต่ที่เขาได้ยินกลับมากลับเป็นเสียงสะอื้นของคนรักของเขา

"ทุกๆวันคุณก็เอาแต่ทำงาน ไม่มีเวลาให้ฉันเลย!! คุณไม่รักฉันแล้วใช่มั้ย!?

คุณมัน...คุณมันเป็นคนไร้หัวใจที่สุด!!"


ตอนนั้นเองที่รอยร้าวเริ่มเกิดขึ้น....ก่อนจะค่อยๆแตกไปพร้อมกับถ้วยรางวัลอันนั้นที่เขาสร้างมากับมือ....


นี่ยังไม่เรียกว่ารักอีกหรือ?....ที่ฉันทำไปทุกอย่างนั้นยังไม่เรียกว่ารักอีกหรือไง...ฉันทำอะไรผิดงั้นหรือ?

มันผิด...มาตั้งแต่แรกแล้ว?

งั้นทำไมล่ะ...ใครก็ได้ ช่วยบอกฉันทีเถอะ

ว่าคำว่ารักมันเป็นยังไง....




(มีต่อ)

#8 By konoha [Thankfully] on 2009-06-22 18:11

(ต่อ)



ในที่สุดทั้งคู่ก็แยกทางกัน ฝ่ายหญิงเป็นคนปลีกตัวออกไปแล้วไม่ติดต่อกับกานต์มาอีกเลย ถึงกานต์จะเศร้าเสียใจ
และดูสับสนแต่เขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้

นับตั้งแต่นั้นมา...กานต์ปฏิเสธรักจากคนอื่นทั้งหมด เขากลายเป็นคนที่แสดงความรักออกมาไม่เป็น เขาคิดว่า
ถ้าเขาแสดงความรักหรือรักใครสักคนหนึ่ง...เขากลัวว่ามันจะกลับไปเป็นอย่างอดีตอีก

ตอนนี้เขามีคำถามที่ต้องการคำตอบอีกหนึ่งอย่างแล้ว....

และเขาก็พร้อมแล้ว ที่จะออกไปหาคำตอบนั้น

เรื่องของน้องชาย...

และคำว่า "รัก"


เขาพยายามหาคำตอบนั้นในขณะที่เขาก็ทำงานอยู่ในไทยไปด้วย...ตอนนี้ โปรเจคท์หนังเรื่องหนึ่งของเขาได้ถูกร่างเอาไว้แล้ว

จนวันหนึ่งเขาได้ข้อมูล บลอดเวน มาจากเพื่อนร่วมงาน มันเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายหนังแนวย้อนยุคสไตล์ยุโรปตามโครงเรื่องที่ได้คุยกันไว้ ถึงภาพที่จะไปเก็บกันเป็นแค่บางส่วนของหนังก็เถอะ

นอกจากนั้นเขาก็ได้ยินข่าวของจิตรกรมาแว่วๆเสียด้วย...


นั่นจึงทำให้เขาไม่รีรอที่จะไปที่บลอดเวนเพื่อสังเกตการก่อนการถ่ายทำภาพยนต์ แต่จุดมุ่งหมายจริงๆแล้วคือน้องชายของเขาต่างหาก


และตอนนี้ เขาได้มาถึงบลอดเวนแล้ว....

เขาเองก็หวังว่า มันคงจะเป็นที่ที่เขาจะได้พบกับน้องชาย
และหาคำตอบของคำว่า รัก เจอเสียที....






-------------------

ช่วงคำถาม



1. ถ้าคุณทำงานเบื้องหลังแล้วผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับ

มันอยู่ในระหว่างที่คุณต้องวิ่งหาผู้อำนวยการผลิต สปอนเซอร์ โรงถ่ายเหรอคะ?

แล้วทำไมเลือกมาอยู่ที่แบบนี้ละคะ? ทำไมไม่อาศัยอยู่ในแหล่งที่มันเป็นอุตสาหกรรมภาพยนต์?

จากประวัติข้างบน...ก็เล่าไปหมดแล้วค่า (แก้เต็มเลย)

2. แกเป็นผู้กำกับหนังแนวไหนคะ? ... คงไม่ใช่ถ่ายเอวีนะ /โดนโคเหวี่ยงกระเด็น

ใช่ค่ะ ถ่ายเอวี (เฮ้ยย บ้ายอกันเข้าไป...)
ล้อเล่นค่า 555 จริงๆแล้วพี่แกกำกับแต่หนัง แอ็คชั่น ไซไฟ ยิงกันตาย ตู้มต้าม หรือไม่ก็หนังผีค่ะ
เพราะเขาไม่รู้จักคำว่ารัก เขาเลยไม่กำกับหนังรักเลยค่ะ

เคยมีเพื่อนสนิทของกานต์คนนึงบอกว่า

"ต่อให้ไม่ใช่หนังรักก็เถอะ...แต่ว่านะ หนังทุกเรื่องน่ะ มันก็มีคำว่ารักคอยดำเนินไปอยู่แล้วล่ะ ก็อย่างหนังที่เธอกำกับอยู่ตอนนี้ไง แอ็คชั่นใช่มั้ย พระเอกพยายามเอาตัวนางเอกกลับมาทั้งที่มีอันตรายวางอยู่ข้างหน้าแต่เขาก็ไม่หวั่น แบบนี้ก็รักแล้วไม่ใช่หรือ? "

แต่กานต์ก็สวนกลับทันทีว่า...

"จะบ้าเรอะ พระเอกมันโลภมากต่างหาก เห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้"


ทุกวันนี้ทุกคนก็ยังไม่รู้ว่ากานต์มาเป็นผู้กำกับได้ยังไง...*กุมขมับ*


3. คิดว่าบลอดเวนที่คุณเห็น ลักษณะคล้ายภาพยนตร์ที่คุณดูมาเรื่องไหน?

เราไม่แน่ใจว่าเราเคยดูไหม พอจะเล่าหรือว่าให้ข้อมูลหนังด้วยได้ไหมคะ?

พอพูดถึงบลอดเวน หนังที่เราคิดมาเรื่องแรกเลยคือ "Enchanted" แล้วต่อมาคือ"happiness(ชื่อนี้มั้งคะถ้าจำไม่ผิด...)"

เรื่องแรกก็ประมาณว่า มีเจ้าหญิงหลุดออกมาจากเทพนิยายแล้วได้มาเจอรักแท้ของตัวเองในโลกมนุษย์ อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ

ก็เหมือนบลอดเวนตรงที่ ทุกคนมาจากหลายที่มารวมกันที่จุดๆเดียวกันจนได้เจอรัก มีอุปสรรคให้ฝ่ากันมากมาย
แต่ทุกคนก็รักกัน

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องราวขงพ่อลูกสองคนที่ประสพกับปัญหาด้านการเงินค่ะ พ่อต้องเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวในขณะที่ตัวเอง หางานทำไมได้และไม่มีเงิน บ้านก็ถูกเขายึด ของก็ถูกเขาขโมย แต่พ่อและลูกก็รักกันมาก

ก็จะเป็นดังบลอดเวนว่า....เมืองนี้มีพ่อม่ายพอสมควร orz พวกเขามีลูก แล้วก็รักลูกๆของเขามาก ได้เห็นคนเขียนมุมมองถึงลูกของตัวเองแล้วเหมือนสะท้อนหนังเรื่องนี้ออกมาเลย



*
*
*



โอเค หมดแล้วค่า XD จริงๆหลังจากสมัครเสร็จก็คิดๆอดีตของกานต์ดังที่เขียนเอาไว้ข้างบนแล้วล่ะค่ะ orz
ยาวจริงๆ


ปล. จริงๆแล้วกานต์กำกับหนังอยู่ที่ไทยซะส่วนใหญ่ค่ะ แต่ตัวเองก็ตั้งรกรากที่บลอดเวนเพราะมีน้องชายอยู่ยังไงล่ะ~ ประมาณว่า "ฉันตามหาแกมาทั้งชาติ แบบนี้จะปล่อยไปได้ไงฟะ"

เพราะฉะนั้น ก็อาจจะเทียวไปเทียวมาระหว่างบลอดเวนกับไทยบ่อยๆ แต่ถ้าไมได้ถ่ายหนังเขาก็จะอยู่ที่บลอดเวนนะคะ


#9 By konoha [Thankfully] on 2009-06-22 18:15

^

ชีวิตแกเหมือนหนังมากานต์ orz

#10 By konoha [Thankfully] on 2009-06-22 18:16

มีกำหนดเวลามั้ยคะสต๊าฟ Orz
นัทขอมาแก้ซักวันเสาร์ก็แล้วกันนะคะ

มีเรื่องอยากถามเยอะแยะเลยด้วย

ปล.ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ !

#11 By NATTHY on 2009-06-22 20:14

โคโนะตอบยาวเอาโล่จริง ๆ /เข้ามาตรบบ่าอย่างเห็นใจ

ใช่ค่ะ ถ่ายเอวี (เฮ้ยย บ้ายอกันเข้าไป...) <<< เอิ่ม...อันนี้เขาไม่ได้เรียกว่ายอเว้ย...

ว่าแต่กรเองเมื่อก่อนก็นักเลง ๆ เหมือนกันไม่ใช่เหรอ...

#12 By ++Wadoiji++ on 2009-06-22 20:53

อยากหาคนปรึกษาอยู่แต่skypeเล่นแล้วแอบมึน....= ='
เอิ้กก..ชินกับMSNไปแล้ว...

สมัครชื่อสั้นๆแล้วไม่ได้..กลายมาเป็นนี่แล..
reysolarey-freebreath<<<<ยาวได้อีก...หึหึ= =a

#13 By rey on 2009-06-22 21:02

ตื่นมาดูตั้งแต่ตีห้าแน่ะ!!

โอ้ว ขอบคุณมากค่ะ รายละเอียดทั้งหลายทั้งปวงจะตามมาเป็นพรวนๆในเร็วๆนี้ค่ะ (หลั่นล้ามาก หายง่วงเป็นปลิดทิ้งเลย)sad smile

#14 By KuRiKa on 2009-06-22 21:04

ลืมโพสต์สกายปี้

lady_panda_pp

แล้วเจอกันค่ะ

แว่บ

#15 By KuRiKa on 2009-06-22 21:05

มาโพสต์สไกป์ค่ะ อึก...เผื่อว่ามีอะไรอยากให้แก้อีก

dc9spot

ยังเล่นไม่ค่อยชินเท่าไหร่...sad smile

#16 By D.C.เก้าแต้ม on 2009-06-22 22:10

อุ...ว่าแล้วก็แปะมั่ง sad smile

konoha43 ค่า (สไกป์)

#17 By konoha [Thankfully] on 2009-06-22 22:31

โอะ

กรี๊สสสสสสสสส

อยากบอกว่ามือไม้สั่นตั้งกะเห็นชื่อเอนทรี ลุ้นอยู่นานทีเดียวกว่าจะคลิคเข้ามาดู แล้วก็เห็น ชื่อชมพูน้านนนนน

โอ๊ยยยย ปลื้มมากๆ ค่า ><!!!

ขอบคุณหลายๆ กรี๊สสสสส ปลื้มมากเลยนะค้า!! นี่มันฝันที่เป็นจริง วี้ดดดดด

*เสียสติ!*

ฮิฮิ ดีใจหลายตลบ เดี๋ยวขอเรียบเรียงสติสติสตังสักแป๊บ แล้วจะสมัครบลอคใหม่ไว้เฉพาะเลยเน้อ แล้วจะไปขอฝากตัวใน skype ด้วยนะค้า cry

#18 By ฟูจัง~* on 2009-06-22 22:36

ก่อนนั่งแก้ขอพูดอะไรตรงนี้นิดนึงว่า....



นุกิครับ....


Nukinukinukinuki
^
^
มันคือยูสเซอร์บ้าบออะไรก๊านนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!!

-----------------------

เอาล่ะ มาแก้กันดีกว่า~~~

ตอนที่สมัครไปได้สักพักหนึ่งก็มีฉุกใจคิดเหมือนกันค่ะว่าจะติดตรงที่อาชีพกับโรคมันขัดกันเองไหมน้า------- OTZ อา... ปรากฏว่าติดจริงๆด้วยอ้ะ จริงๆคือที่เลือกนักดับเพลิงเพราะว่าค่อนข้างมีฐานข้อมูลตรงนี้เยอะ... ( มาก ) เลยคิดว่าน่าจะเขียนได้ค่อนข้างสมจริงน่ะค่ะ เหอๆๆๆ แต่ก็ไม่เป็นไร~~! เพราะตอนนี้คิดอาชีพใหม่ออกแล้วล่ะค่ะ ก็จะขอเปลี่ยนแปลงตัวอาชีพแทนก็แล้วกันนะคะเพราะเหมือนกับว่าฝังใจกะคาแรกเตอร์ตัวนี้ไปแย้ว~~~ *ขวยเขิน*


ก็เอาเป็นว่า ตอนนี้อยากเปลี่ยนไปเป็น คุณบุรุษไปรณีย์ แทนแล้วน่ะค่ะ

เท่าที่ดูคือว่าบลอดเวนยังไม่มีคนแคสบุรุษไปรณีย์เป็นตัวเป็นตนเลย คาแรกเตอร์ในเมืองบางคนก็มีญาติอยู่ต่างแดนก็คงมีเ้หตุการณ์ส่งข้าวของหรือจดหมายถึงกันบ้างนั่นแหล่ะเนอะคะ.... ( ข่าวว่าจริงๆก็นั่งเทียนเขียนเอาก็ได้นี่ฝ่า... อา... ช่างเถอะๆ *ตัวสั่นกึกๆๆๆ* ) ลักษณะต่างๆของ"เขา"ก็ขออนุญาตคงเดิมเอาไว้นะคะคือเป็นคนที่ใจดีแต่ว่าสุขภาพไม่แข็งแรงนั่นแหล่ะค่ะ งานไปรณีย์ก็มีแค่ปั่นจักรยานกรุ๊งกริ๊งส่งโน่นนี่ตามบ้านไปเรื่อยๆไม่ได้ถึงขนาดไปบุกน้ำลุยไฟเหมือนนักดับเพลิง เพราะงั้นเรื่องที่ระบบทางเดินหายใจมีปัญหาก็น่าจะไม่กระทบต่องานมากล่ะน้า--------

รายละเอียดปลีกขอเรียงเป็นข้อๆละกันนะคะ ^^

** มีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เด็ก สมัยวัยกระเตาะก็เลยต้องเข้าออกโรงพยาบาลตลอดแล้วก็แทบไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยเพราะว่าแค่ลมฝุ่นนิดๆหน่อยก็ทำให้หายใจไม่ออกแล้วค่ะ แต่พอโตมาเป็นหนุ่มก็ค่อยๆแข็งแรงขึ้น ลุกมาเดินเหินใช้ชีวิตประจำวันเจอฝุ่นเจอลมตามท้องถนนได้แต่ถ้าเจอหนักๆอย่างเช่นควันหรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงก็จะมีการกำเริบขึ้นมาบ้างค่ะ ( อาการกำเริบก็ตั้งแต่ ไอค่อกๆแค่กๆ ไอหนัก เรื่อยไปจนถึงล้มหมอนนอนเสื่อ )

** เป็นคนบลอดเวนแต่เดิม หน้าตาเหมือนเดิม อุปนิสัยยังคงความที่เป็นคนใจดี ชอบแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น แล้วก็ช่างดูแล+ช่วยเหลือคนทั่วไปเหมือนเดิมค่ะ

** ส่วนตัวอยากให้เพิ่งเข้ามาบรรจุใหม่ที่โพสต์ออฟฟิศเมืองบลอดเวนน่ะค่ะ.... จะได้ไหมน้า----- แบบว่าเป็นการตัดปัญหาเรื่องที่ทำไมทั้งๆที่โพสต์แมนน่าจะรู้จักคนเยอะแต่กลับมาถึงเหมือนเพิ่งจะรู้จักกันนี่เอง คือเขาตอนเด็กๆก็ไม่ค่อยออกมาพบปะคน ( ป่วย ) แล้วพอโตหน่อยก็ย้ายออกไป แล้วค่อยกลับมาอีกทีตอนเป็นบุรุษไปรณีย์ไปแล้วน่ะค่ะ

** ปั่นจักรยานกรุ๊งกริ๊ง..... ปั่นจักรยานกรุ๊งกริ๊ง...~~ ปั่นช้าๆ~~ ไม่แว๊นซ์~~ เป็นการออกกำลังกายไปด้วยในตัวเองด้วยยยยยยยยยยย


เอ่อ...ยังมีตรงไหนต้องชี้แจงอีกมั้ยน้า-------- *เหลือบมองเม้นท์โคที่ยาวประหนึ่งวิทยานิพนธ์....* เอาเป็นว่าถ้ายังมีตรงจุดไหนที่ติดขัดอยู่ก็แนะนำมาได้เลยนะคะ ^^

อาอา ลุ้นระทึก งวดนี้จะผ่านแล้วรึยังน้า~~~

------------------

ปล.เอาตัวปกป้องโคโนะพลังนุภาพแห่งฟามรัก พี่โด๋ยอย่าว่าโคโน้วววววววววว TT[]TT


#19 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2009-06-23 19:51

มาแล้วค่ะ แปะโปรไฟล์เน้อ อะฮี้...

เอสเธอร์ แม่หมอมาปูผ้าตั้งโต๊ะรับทำนาย (ไม่มีทำนม อันนั้นต้องไปปรึกษาคุณหมอเมืองข้างๆ)


http://esther-terrible.exteen.com/


จิ้มไปเยี่ยมแม่หมอเทอริเบิ้ลได้เลยฮ่า

#20 By Esther on 2009-06-23 23:24

โอ้ว มีคนสมัครใหม่หลายคนเยยย

ยินดีต้อนรับจ้ะ

#21 By emile petit on 2009-06-24 00:09

อ... อา เกือบผ่านด้วยล่ะครับ TwT,, (ดีใจ)
ก่อนจะแก้ เพศนี่ เป็นผู้หญิงนะครับ แค่ติดหางเสียงแบบนี้อ้ะ... (แก้ไม่หาย -ฮา)

เอาล่ะ แก้และตอบคำถามครับผม โอ๊ส!



เรื่อง "อาการสันโดษ"

เป็นความสันโดษแบบเด็กๆ คือ ระยะแรกเริ่มที่รู้จักกันจะไม่เปิดใจให้ง่ายๆ จะเงียบและทำเหมือนไม่สนใจฟัง ถามคำตอบคำเพราะอยู่ในช่วงเก็บข้อมูล แต่ถ้าผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้ว (อาจเป็นได้ว่าได้เจอกันสักเดือน - สองเดือน และได้พูดคุยกันจนเริ่มรู้ถึงตัวตนคร่าวๆ แล้ว) เขาก็จะเริ่มพูดมากขึ้น เล่นมากขึ้นครับ ถ้าชวนคุยก็จะตอบดีๆ เป็นเรื่องเป็นราวแบบต่อบทสนทนาได้ไม่ขาดตอน แต่ในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย ถึงเขาจะไม่ค่อยพูดด้วยแต่ก็จะโผล่หน้าไปให้เห็นบ้าง ไม่ได้อยู่แต่ในบ้านอย่างเดียว (เพราะออกไปหาทำเลดีๆ วาดรูป) โอกาสเจอเขาจะเจอได้ง่ายเพราะเจ้าตัวจะเดินร่อนไปร่อนมาอยู่ทั่วทั้งเมือง

อย่างไรก็ตาม ถึงจะสนิทกันในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าเป็นเวลาที่เจ้าตัวกำลังวาดรูปอยู่จะมีสภาวะความเป็นโลกส่วนตัวสูงมาก พูดเท่าไรก็จะไม่ตอบง่ายๆ แต่จะรับฟัง แล้วถ้าทำงานเสร็จแล้วก็ถึงจะตอบดีๆ ครับ

นอกจากนี้ก็จะมีบางเวลาที่เจ้าตัวนั่งเหม่อมองทิวทัศน์หรือคนอื่นๆ เพราะนึกอยากจะวาดรูปขึ้นมา เวลานั้นใครพูดอะไรให้ตายยังไงก็ไม่เข้าหูครับ
แล้วถ้าอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด เศร้า เจ้าตัวก็จะปลีกวิเวก เข้าสู่สภาวะ splendid isolation (?) / รักสันโดษเป็นคนโดดเดี่ยวขึ้นมามากกว่าปกติทันทีครับ

โดยทั่วไปแล้ว ความสันโดษ/เป็นโลกส่วนตัวของเขาจะเกิดขึ้นเมื่อเจ้าตัวนึกอยากวาดรูป/ทำงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ/มีความคิดเกี่ยวกับการทำงานศิลปะครับ (เช่น มองคนสวยแล้วนึกอยากวาดรูป มองวิวสวยแล้วชักคันไม้คันมือ)

เรื่อง "ประกาศตนเป็นเกย์"

สมัยก่อน (ประมาณสองสามปีก่อน) หมอนี่เคยโดนสาวที่เป็นโรคจิตตามตื๊อครับ (ตื๊อแบบโรคจิต... ตื๊อแบบเกาะติดทุกสถานการณ์) ด้วยความที่ปกติก็ไม่ชอบถูกผูกมัดอยู่แล้ว มาทีนี้เจ้าตัวยิ่งเกลียดยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ สลัดยังไงก็สลัดไม่หลุดจนทั้งเหนื่อยทั้งเพลียแถมยังประสาทเสีย ตอนที่กำลังคิดว่าถ้าต้องทนแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานคงบ้าแหงๆ อ.สอนศิลปะที่อาศัยอยู่ด้วยกันก็บอกให้ลองบอกเธอว่าตัวเองเป็นเกย์ดูสิ เพราะเมืองที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้รังเกียจเกย์ยิ่งกว่าแมลงสาบ เกลียดชนิดที่ว่า ลองเปิดเผยตัวสิ รับรองถูกตัดออกจากกองมรดก ซึ่งพอพูดออกไปก็ได้ผลขาด เธอเลิกมาตาม หายจากชีวิตของเขาไปโดยสิ้นเชิง แต่อีกไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ถูกคนในเมืองแบน เลยต้องระเห็จออกมากับอาจารย์กันสองคน ก่อนที่เขาจะแยกตัวออกมาจากอาจารย์เองในภายหลัง

เพื่อกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก เขาเลยใช้ท่าไม้ตายบอกสาวว่าตัวเองเป็นเกย์ทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกว่าถูกผู้สาวรุกไล่จนเกินงามครับ แต่ไม่ได้เที่ยวเอาไปประกาศที่ไหน เพราะเจ้าตัวก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเอาไปเล่น (ก็เคยพูดจนโดนแบนไปแล้วนี่นา)
ครั้งที่แล้วรู้สึกจะอธิบายไม่ชัดเจน/สะเพร่าพิมพ์ไม่ครบทำให้จุดนี้มันคลาดเคลื่อนไป ขออภัยจริงๆ ครับผม ^^;

อนึ่ง ถึงเจ้าตัวจะชอบประกาศว่าตัวเองเป็นอย่างว่า แต่เอาเข้าจริงแล้วเป็นคนที่เซนส์ด้านการจับพิรุธว่าหนุ่มไหนคิดกับตัวเองไกลเกินกว่าคำว่ามิตรภาพชายหนุ่มต่ำเอามากๆ เพราะปกติอยู่กับอาจารย์ (ชาย) แล้วก็โดนแตะเนื้อต้องตัวกอดๆ ลูบๆ อยู่ตลอด แต่ความสัมพันธ์ไม่เคยถลำไปไกลกว่าคำว่าศิษย์ - อาจารย์ และถึงจะตกเป็นเหยื่อการจีบของเกย์หนุ่มบางคนไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยไปไกลถึงขั้นโดนสารภาพรักและ/หรือล่วงละเมิดใดๆ เนื่องจากมีอาจารย์คอยคุ้มคอยกันไว้ให้ตลอด (แต่มาอยู่บลอดเวนแล้วไม่มีอาจารย์คุ้มแล้วจะเป็นยังไงก็ต้องดูกันอีกทีครับ...)

ต่อไปเป็นโซนตอบคำถามนะฮะ

- "ศิลปะที่ศึกษา + แรงบันดาลใจ"

เขาชอบงานศิลปะจำพวกการวาดภาพเหมือน ชอบดรอว์อิ้งและลงสีน้ำบนผืนผ้าใบมากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมดทั้งปวง ดังนั้นจึงลงสีอื่นๆ เช่นสีอะครีลิค - สีน้ำมัน - สีโปสเตอร์ได้ในระดับต่ำค่อนไปทางเลวร้ายเอามากๆ ชอบวาดภาพวิวทิวทัศน์และธรรมชาติมากกว่าภาพคน แต่ถ้าเจอคนที่สวยมากๆ จนต้องเหลียวจริงๆ ก็จะอยากวาดขึ้นมาไม่ใช่น้อยเหมือนกัน (ในกรณีที่เป็นหนุ่มหล่อ หล่อขนาดไหนหมอนี่ก็ไม่พิศมัยจะวาดนักครับ...)

ถ้าอารมณ์ดีมากๆ เจ้าตัวอาจนั่งทำงานปั้นรูปทรงแปลกๆ ก็ได้ ถ้ามีปรากฏขึ้นมานับว่าเป็นของแรร์ ให้รีบตะครุบเอาไว้ เพราะนอกจากการวาดภาพเหมือนแล้ว เขาแทบจะไม่แตะศิลปะแขนงอื่นเลยครับ (โดยเฉพาะแนว abstract)

แรงบันดาลใจของเขา... แรกเริ่มมาจากการที่ถูกอาจารย์ศิลปะเก็บมาเลี้ยงเมื่อตอนห้าขวบครับ เขาจำพ่อแม่ตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่จำความได้ก็รู้ว่าถูกทิ้งแล้ว เพราะฉะนั้นเลยทั้งรักทั้งชื่นชมอาจารย์มาก ไม่ว่าอาจารย์จะพูดอะไรมาก็เชื่อไปเสียหมด (ทำให้ฝังใจมากว่าสูตร "บอกสิว่าเป็นเกย์" นั้นใช้ไล่สาวทุกนางได้ชะงัด (ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่...)) พอเห็นอาจารย์วาดภาพก็นึกอยากวาดบ้างแล้วขอให้เขาสอน ซึ่งไม่ต้องรบเร้าอาจารย์ก็สอนให้ทันที เรียกได้ว่ามีอาจารย์เป็นแรงบันดาลใจแรกเริ่มครับ

ส่วนแรงบันดาลใจปัจจุบันเป็นเพราะชอบธรรมชาติที่ดูแล้วสงบครับ เห็นแล้วทำให้รู้สึกว่าถึงจะอยู่ตัวคนเดียว (ในสถานะสันโดษ) แต่มันก็ไม่ได้โดดเดี่ยวนะ ยังมีธรรมชาติที่อบอุ่นขนาดนี้อยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้โดดเดี่ยวมากเสียหน่อย ยิ่งเพราะช่วงนี้อยู่ห่างจากอาจารย์ที่เป็นเหมือนพ่อเหมือนแม่เหมือนครอบครัวทั้งครอบครัวที่เจ้าตัวไม่เคยมีมาก่อนแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าอยากจะเก็บภาพวิวทิวทัศน์ที่ทำให้ไม่รู้สึกเหงาเอาไว้ใกล้ๆ ตัวเสมอ เลยมีความเหงากับความรักธรรมชาติดังที่ว่าเป็นตัวผลักดันครับ
แต่ถ้าเป็นกรณีอยากวาดผู้หญิงสวย อันนี้มาจากจิตใต้สำนึกส่วนลึกของความเป็นผู้ชายครับ ไม่เกี่ยวกับสองข้อข้างบนที่ว่าแต่ประการใด...

- "ทำยังไงให้ต่างจากคุณกร"

หมอนี่เป็นคนไม่ค่อยแสดงอารมณ์ ไม่ค่อยเซนซีทีฟง่ายครับ มักจะทำหน้านิ่งๆ ไร้อารมณ์มากกว่าจะแสดงอารมณ์ออกมา ก็ไม่เชิงว่าจะไม่แสดงเลย แต่เขามักจะคิดว่าถ้าไม่สนิทกันก็ไม่ต้องเปิดเผยอะไรมากดีกว่า แถมช่วงที่ไม่สนิทก็จะยังไม่ค่อยเปิดใจเท่าไร ก็เลยจะไม่ได้เที่ยวยิ้มเวลาที่ไม่มีอะไรจะพูดด้วยครับ จะทำหน้านิ่งอย่างเดียว (แต่ถ้าคุยกันได้ สนิทกันได้แล้วก็จะยิ้มจะหัวเราะเหมือนคนปกตินะ แถมยังมีมุมซื่อๆ เอ๋อๆ (น่ารัก) ซ่อนแฝงไว้อยู่เยอะด้วย)
เป็นคนที่มีความเป็นเด็กซ่อนไว้อยู่เยอะด้วยครับ คือถึงจะทำตัวเงียบๆ ไม่ค่อยแสดงอะไรออกมาเท่าไร แต่ถ้าค่อยๆ เปิดเผยออกมาเรื่อยๆ แล้วก็จะพบว่าเป็นคนแบบเด็กๆ ซื่อๆ เหมือนกัน (ออกแนวเด็กไม่รู้จักโต ประมาณนั้นแหละครับ เพราะไม่ค่อยได้เจอคนมาก ทั้งชีวิตส่วนใหญ่แล้วจะสนิทสนมกลมเกลียวอยู่แต่กับอาจารย์)



อ่า คิดว่ามีเท่านี้แหละครับ ผิดพลาดหรืออ่านแล้วสับสนยังไงขออภัยล่วงหน้าฮะ ^^;
ฝากด้วยนะคร้าบ *โค้ง*

#22 By bvxvinn on 2009-06-24 00:41

เพิ่งสังเกตเห็นประโยคนี้ เพราะตอนแรกไม่ได้อ่านแบบละเอียด

- คนฮิกกี้...(ฮิคิโคโมริแบบอาหมิงเลยล่ะ แต่ไม่ขนาดหมิงใช่ไหมคะ <<< ใส่ความอ่ะ ใส่ความกันชัดๆ

หมิงไม่ฮิกกี้นะ หมิงก็ออกมาเดินเล่นบ้าง ออกมามาทำธุระบ้าง แค่เดินเลี่ยงจุดที่มีคนสัญจรเท่านั้นเอง!

รอดูผลรอบนี้อย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะฮะ
(เห็นได้ว่าเมนท์เอนทรี่นี้ยาวมาก......)

#23 By 郭明 on 2009-06-24 17:07

อ่า อ๊าาา มาแล้วล่า ป้าาาซาบบบ ป้าซ๊าบบบบบ

อุราหลา~

แก้เฉพาะบุคลิกนะครับ.....ใช่ไหม*เริ่มทำหน้าไม่แน่ใจ*


เขาไม่ใช่ภารโรงซะหน่อยยย!!!
ความจริงแล้วชอบภารโรงล่ะ!!!! แต่ภารโรงเขาไม่เดิน
ทำงานตามท้องถนนนี่นา!!! เรียกว่าคุณคนเก็บขยะ
ดีกว่าเนอะ เนอะ

คนเก็บขยะของผม คนนี้ เป็นคนไม่ชอบพูดมาก
พูดน้อยมาก เวลารอให้เขาพูด เขาจะไม่พูด
แต่พอชาวบ้าน เขาจะขัดคอซะงั้น (ฮา)
ด้วยหน้าที่ ของเขาเลยทำให้เขา ไม่ค่อยชอบ
มีปฏิสัมพันธ์กับใครมากนัก อย่างที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน
ว่าจะมีใคร ไปยืนทักทาย แย้มรอยยิ้มให้คนเก็บขยะอ่านะ
แต่ไม่ใช่ ตัดขาดจากโลกภายนอกซะทั้งหมดซะหน่อย
ยังชอบ ที่จะ ไต่ถาม มองดูความเป็นไป และ เจือก orz"
เรื่องของชาวบ้านอยู่ไม่น้อย

ประมาณว่า อยากรู้พอเป็นพิธีแค่นั้นเองจริงๆ
ไม่ได้ใส่ใจขนาดเก็บเรื่องของใครมาเป็นอารมณ์
เพราะงั้น ใครมีเรื่องทุกข์ใจ ห้ามปรึกษา อีตานี่เด็ดขาด!!

เขาไม่ชอบแสดงอารมณ์ออกมามากมายนัก
ด้วยอายุแล้ว ก็น่าจะเป็นเพราะ มีความเป็นผู้ใหญ่สูงล่ะมั้ง
แก่แดด เกินวัยส่วนหนึ่ง ...."""

แต่ก็มีวิธีสังเกตอารมณ์เขาเหมือนกัน
เขาไม่ชอบคนพูดมาก ไม่เป็นผู้ฟังที่ดีด้วย

ประมาณว่าถ้าเจออิป้ามากาเร็ตมาเมาท์ด้วย
เขาจะรำคาญ หน้าเขาจะยังไม่เปลี่ยนนะ
แต่เขาจะตัดปัญหาด้วยการเดินหนีมาทั้งอย่างนั้นเลย(ฮา)
ไร้มารยาทจริงๆเลยเนอะ ~

ให้พูดเปรียบแล้ว สุภาษิต "มองที่การกระทำ มิใช่คำพูด"
เหมาะ กับคุณคนเก็บขยะของผมมากเลยล่าาา~~~

บุคลิกของเขาิ ยังเป็น เป็นที่ มีเรื่องกับคนอื่นได้ง่ายด้วย
อย่างที่บอกว่าพูดน้อย แต่พอพูดแล้ว
รู้สึกไม่อยากให้มันพูดเลยจะดีกว่าซะอีก

ประชดเก่งมาก ฟังทีแล้วเจ็บแสบทรวง
ถ้ายังเห้นภาพไม่ชัด ไว้จะลองเอาบทพูดมาลง
้ย้อนคนเก่งจริงๆนะ ให้ตายเถอะ ....

ก็ถ้าเป็นในบลอดเวนที่มีคนมองแง่บวกเยอะ
ก็มองว่าเขา แค่ปากพล่อย ปากไม่ดี พูดไม่คิด เท่านั้นเอง

ผิดแล้ว เขาหมายความตามที่พูดจริงๆครับ
เขาจงใจพูดน่ะ จริงๆนะ ........*เหงื่อตก*

ถึงบุคลิก เขาจะดูนิ่งๆ น่าเชื่อถือ แบบนั้นก็เถอะ
แต่ความจริงแล้ว เขาชอบโกหก ที่สุดเลยล่ะ (ฮา)
ไม่เชิงโกหกปกปิดเรื่องความผิดตัวเองแบบนั้นหรอก
แต่ชอบอำคนเล่นน่ะ แบบชอบให้เกิดปรากฏการณ์
กระต่ายตื่นตูมในละแวกบ้านตัวเอง แล้วหัวเราะเงียบๆ
มีความสุขลึกๆบนความทุกข์ชาวบ้านเขานั่นเอง อาส์....

แต่ถ้าเป็นเรื่องงานแล้ว เขาจะจริงจังมากเลยนา
ไม่เห็นว่าอาชีพที่ทำต่ำต้อยด้อยค่าตรงไหน
งานต้องเป็นงาน
มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นหนึ่ง~!!!

แล้วถ้า เขาขอให้บ้านคุณแยกประเภทขยะ แล้วคุณไม่ทำ
เขาจะไม่มาเก็บขยะบ้านคุณ 1 อาทิตย์ครับ (ฮา)

ชอบดัดหลังคนน่ะ เป็นคนกวนทีนดีๆนี่เอง อา....

________________________

*คำตอบของคำถาม*

1. เฮียภารโรงแกเก็บขยะตามหน้าบ้าน ไม่ก็เดินกวาดถนนเป็นหลักใช่ไหม?

แล้วนอกจากงานเก็บกวาดแล้ว เฮียแกทำอะไรอย่างอื่นบ้างไหมเอ่ย?

ans: ไม่ใช่ภารโรง!!! คุณคนเก็บขยะตะหาก!!!!
*พี่ๆวิ่งมาตบ "มันเหมือนกัน!!!"*

อย่ามองอิมเมจ คนเก็บขยะ เป็นคนกวาดถนนสิครับ
หน้าที่ที่เขาทำละเอียดกว่านั้น

เขาไม่ใช่ คนที่บังเอิญตกงานแล้วถูกเลือกมาทำงานนี้ซะหน่อย
เป็น เจ้าหน้าที่ ที่ถูกส่งมาประจำบลอดเวน
ตาม เขตการดูแลสาธารณสุข ตะหาก!!!

ซึ่ง อยากกำหนดให้ บลอดเวน กับเมืองข้างๆอีกเมือง
รวมเป็นเขตเดียวกันน่ะ

เพราะเวลา ส่งขยะไปเตาเผาขยะ จะได้สะดวก
ไม่งั้น จะบอกให้ สร้างเตาเผาขยะที่บลอดเวนรึ *ถมึงทึง*

เขาไม่ใช่คนที่คุณจะเห็นว่าเก็บขยะตามท้องถนนหรอกน่า
เขาจะ ขับรถขยะคันเล็กของตัวเอง มาเก็บขยะ ตอนเช้า
จากแต่ละบ้าน ซึ่ง ต้องแยกประเภทไว้ให้ด้วยนะ
ถ้าไม่อยาก เขาต้องมานั่งแยกเอง น่าสงสารออก

ขยะทั่วไป กับขยะเปียก ขยะสด เขาจะเก็บไปเลยน่ะ
เพราะ นำไปทำปุ๋ยในแปลงเกษตรได้ไง หมักๆไว้

ส่วน พวก กระป๋อง ขวดน้ำ และ ขยะเผาได้ และ ขยะเผาไม่ได้

เขาจะแยกเก็บอีกวัน ซึ่งหมายความว่าทุกบ้าน จัดเก็บไว้ก่อน
แล้ว ในวันที่กำหนด เขาและเจ้าหน้าที่อีกคน
จะพารถคันใหญ่มารับไป เตาเผาขยะ และโรงแยกทำลายเอง

รายละเอียด ถ้าผ่านแล้ว เราจะมาคุยกันครับ (ฮา)

อา ไม่ใช่แค่ขยะนะ ทะเลสาบในเมือง
เขาก็ต้องรับหน้าที่บำบัดน้ำเสียเองด้วยล่ะ


พอจะเข้าใจแล้วชิมิล่าาาาาาา!!! *กระโดดโลดเต้น*

แล้วจะรอผลเน๊อออออออออ *โบกมือลา*

#24 By Raveno Sinyor on 2009-06-24 21:57

แจ้งทราบ ข้อมูลเอสเธอร์ในงานวัดแปะแล้วนะคะ อะคริ

บวกด้วยคอนเซปต์อาร์ตรูปแรก

#25 By Esther on 2009-06-25 15:33

แอบเข้ามาอ่าน รู้สึกว่าคัดคนกันอย่างเข้มข้นจริงจัง สู้ๆ นะคะ ทุกคน พยายามเข้า

ปล.อีฟเห็นปัญหาเรื่องเกลบังเอิญบุคลิกคล้ายกับอีวานมาก(APH คนนั้นน่ะ...ชื่อนี้ใช่มั้ยล่ะ?)ในอนาคตอาจจะเปลี่ยนลุคส์เขานะคะ

#26 By อีฟ on 2009-06-25 20:20

ฮิฮิ วิ่งมาบอกทุกคนว่า



"ร้านแกะสลักเปิดแล้วน้า"



http://matilda-o-lantern.exteen.com/



เชิญทุกท่านไปแวะเยี่ยมเยียนมาทิลด้าและแจ็คด้วยค่า

confused smile cry

#27 By Matilda & Jack on 2009-06-25 22:08

่อ่า มาแก้แล้วค่ะ Orz

เอาเรื่องบุคลิกกับนิสัยก่อนเลยนะคะ
เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 18 ที่ดูนิ่งๆ เงียบๆ
จริงๆที่บอกว่าพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเนี่ย เป็นเพราะเธอจงใจมากกว่า เธอจะเป็นคนแบบที่ว่าจะตัดสินคนอื่นด้วยความรู้สึกแรกก่อนน่ะค่ะ ให้ความสำคัญกับเฟิร์สอิมเพรสชันมากๆ ถ้าคุยกันประโยคแรกแล้วไม่ชอบใจก็อย่าหวังว่าจะคุยประโยคที่สองรู้เรื่อง ถึงจะไม่ใช่คนอัธยาศัยดี แต่จริงๆก็ไม่ค่อยมีใครหรอกที่เธอไม่ชอบจนไม่พูดด้วยแบบนั้น คือเป็นคนที่ในเวลาธรรมดาไม่ชอบแสดงความรู้สึก อารมณ์อะไรออกมา จิตแข็ง ใจแข็ง ปากแข็ง ทำนองนั้นน่ะค่ะ

แล้วก็เรื่องความสามารถ แก้เป็นแบบนี้ก็แล้วกันเน้อ
เป็นคนมีพรสวรรค์ด้านดนตรีมากๆ ชอบเล่นดนตรี(แต่ร้องเพลงไม่เก่งหรอกนะ) ไม่ได้เก่งไปซะทุกอย่าง แต่ก็พอได้นิดๆหน่อยๆ คือเหมือนเป็นอัจฉริยะทางนี้ หยิบจับอะไรก็พอจะเล่นได้ แต่ที่ชอบและเก่งที่สุดก็คือไวโอลิน

ที่กลับมาที่บลอดเวนก็เพราะว่าพ่อเธออยู่ที่นี่ จริงๆก่อนหน้านี้อยู่กับแม่ แต่แม่เพิ่งตายไปเลยต้องย้ายกลับมา คือมันด้วยความจำเป็นน่ะค่ะ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าบลอดเวนจะช่วยทำให้เธอเป็นนักดนตรีอย่างที่ฝันได้รึเปล่า แต่พอมาถึงที่นี่แล้วก็ตั้งใจว่าจะมอบเสียงดนตรี มอบความสุขให้กับคนที่นี่ ถึงจะไม่ได้เป็นนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่แต่ก็จะทำ
ประมาณนี้ค่ะ

1. เธอจริงจังกับดนตรีมากแค่ไหนคะ? ที่บอกว่า เธอมีพรสวรรค์ มันเหมือนกับเธอเรียนรู้มันง่ายๆ ได้ความสามารถนี้มาง่ายๆ แล้วเธอรัก การเล่นดนตรีจริงๆหรือเปล่าคะ?
คือเป็นคนมีพรสวรรค์จริงๆค่ะ แบบว่าพอรู้ทริครู้วิธีก็พอจะเล่นได้แล้ว เธอจริงจังกับดนตรีมากที่สุดเลยนะ ชนิดที่ว่าตั้งใจจะเล่นไปจนวันตายเลยล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้แล้วก็ต้องรักการเล่นดนตรีอยู่แล้วค่ะ

2. ในอนาคต อยากจะทำอาชีพเกี่ยวกับดนตรี หรือทำสิ่งอื่น และเพราะอะไร?
อยากเป็นนักดนตรีค่ะ จริงๆที่อยากเป็นนักดนตรีมันมาจากพ่อกับแม่ด้วย คือพ่อกับแม่เป้นนักดนตรีแล้วก็ปลูกฝังเธอมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนมีทั้งคู่เป็นแรงบันดาลใจ อยากจะเจริญรอยตามพ่อแม่ แล้วพอโตขึ้นเรื่อยๆก็ค่อยๆรักการเล่นดนตรีมากขึ้น มากจนมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เลยตัดสินใจกับตัวเองอย่างแน่วแน่ว่าจะเป็นนักดนตรี


อ่า มีอะไรอยากให้แก้เพิ่งเติมหรือจะยังไงก็บอกได้อีกนะคะ
นัทจะพยายาม! :D

#28 By NATTHY on 2009-06-27 16:10

แอ่ก
ลืมบอกไปว่าตัวละครจะย้้ายมาเรียนม.ปลายปีสุดท้ายที่บลอดเวนค่ะ
คือเรียนไปด้วย เล่นดนตรีไปด้วย ถ้ามีกิจกรรมที่ทำในโรงเรียนส่วนมากก็จะเกี่ยวกับดนตรีทั้งนั้น
แล้วตัวละครก็จะพกไวโอลินเดินไปไหนมาไหนตลอดด้วยค่ะ

#29 By NATTHY on 2009-06-27 16:20

เฮือก ขออภัย เพิ่งเห็นจริงๆ = =" มาแก้ช้าหน่อยจ้า

สมัครเป็นประชากร

1. คุณใช้ Penname ว่า อะไรคะ ? อยากให้เราเรียกคุณว่ายังไงเอ่ย ?
- la lune คุณพระจันทร์ เน อะไรก็ได้จ้า ^^

2. คุณรู้จักที่นี่จากที่ไหน ใคร อยากเล่นเพราะอะไร ?
- จากบล็อคเทพหมีจ้า อยากเล่นเพราะว่าเราสามารถจินตนาการเป็นสมาชิกในเมืองที่ไม่มีอยู่จริงได้ เหมือนเล่นเกม RPG น่ะนะ เพียงแต่คนในเมืองนี้โต้ตอบเราได้ผ่านการแต่งเรื่อง อยากทำส่วนนี้ด้วย เพราะเป็นการฝึกแต่งเรื่องแบบมีโจทย์ ฝึกความคิดดี และเป็นการพักผ่อนระหว่างทำงาน

3. เมืองบลอดเวน ในความคิดคุณเป็นแบบไหนคะ ?
-เป็นแนวบ้านสไตล์ยุโรป บ้านทำด้วยอิฐ ฉาบปูน หรือใช้ไม้สร้าง ถนนปูหิน ต้นไม้เป็นแบบป่าสน ต้นโอ๊คใหญ่ ฯลฯ บรรยากาศแนวอบอุ่นๆ เมืองเล็กๆแต่สงบ น่ารัก

4. ช่วยบอกลักษณะคาแรกเตอร์ที่คุณจะสร้างมาคร่าวๆ ขอแบบพอเห็นภาพค่ะ
-เพศชาย ผมสีแพลตตินั่มบลอนด์ ตาสีเขียวหญ้ามอส นิสัยพื้นฐานเป็นคนปากเสีย ขี้บ่น เป็นคนตรงๆที่ไม่ค่อยแคร์คนอื่น เพราะชีวิตวัยเด็กที่หาเลี้ยงตัวเองมาตลอดทำให้เป็นคนที่เชื่อว่าไม่มีใครดีโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่ถึงจะปากไม่ดี เขาก็ถือว่าเป็นคนมีมารยาท โดยเฉพาะกับคนแก่ ผู้หญิง และเด็ก เขาจะทำตัวสุภาพ (แม้ในใจอาจจะแอบนินทาอยู่บ้าง) ชีวิตในการทำงานของเขายังแสดงให้ลักษณะของคนที่ไม่มีความทะเยอทะยาน ทำงานไม่เคยมีเดทไลน์ สายประจำ ทำไปเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ตามใจฉัน เลยทำให้เขามีงานอดิเรกอย่างหนึ่งคือการนั่งเหม่อในสวนสาธารณะเงียบๆ เขายังลุ่มหลงสัตว์ และเกลียดอากาศร้อน จริงจังกับเรื่องเล็กๆ จนบางครั้งมักทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่

5. ก่อนหน้านี้ เคยอ่านบลอก หรือฟิคที่เกี่ยวกับบลอดเวนบ้างไหม ?
- ถ้าเคย ของใคร ? รู้สึกอย่างไร ?
- ถ้าไม่เคย คาดหวังจะได้อ่าน(รวมถึงนำเสนอ)เรื่องราวที่นำเสนอในรูปแบบไหน

-ยังไม่เคยอ่านเลย เพิ่งจะเข้ามาดูเป็นครั้งแรก แล้วก็ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในชาวเมือง ^^ คาดหวังจะได้อ่านเรื่องที่สบายๆ ไม่เคร่งเครียดมาก และอยากให้คนในเมืองมีปฏิสัมพันธ์กันเยอะๆ (คือการหยิบตัวละครของคนอื่นไปแต่งในเรื่องของเรานั่นเอง) ถ้าจะให้ดีอยากให้มีภาพประกอบเรื่องด้วยทุกครั้งจัง

6. สิ่งที่คุณอยากจะให้เมืองนี้ปรับปรุง มีอะไรบ้าง ?
-เท่าที่อ่านรูปแบบของเมืองดูใน about us ตอนนี้รู้สึกว่ามันครอบคลุมทุกอย่างที่ต้องการดีแล้ว

7. ถ้าเล่นจะทำอาชีพอะไร ? เป็นคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ใหม่
หรืออยู่แต่เดิมแล้วจากไปนานแล้วย้ายกลับมา
- ช่างถ่ายภาพสารคดีสัตว์โลก ที่ทำงานตามแรงบันดาลใจ (แต่ก็รับงานถ่ายอย่างอื่นด้วยนะเออ) เขาจะใช้เวลาทั้งวันๆไปกับการส่องสัตว์ ด้วยเหตุที่เป็นคนรักสัตว์ตัวเล็กๆ ขนอุย ปุกปุย และมันทำให้เขาเสี่ยงจะตกงานอยู่บ่อยครั้ง หนึ่งในเรื่องที่ทำให้เขาหวิดตกงานคือเรื่องที่เขาได้โจทย์ให้ไปถ่ายกวางเรนเดียร์หนุ่ม แต่เจ้าตัวกลับไขว้เขวไปรัวชัตเตอร์ใส่กระต่ายป่าเมื่อมันทำท่าตัวสั่นเทาในกองหิมะดูน่ารักน่าชัง(แม้ความจริงมันจะกำลังรวบรวมลมปราณในการเข้าสุขา) เรื่องของสัตว์ตัวเล็กๆดูจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ความเฉื่อยของเขากลายมาเป็นตื่นตัวเต็มที่ อะดรีนาลีนพุ่งกระฉูด

เป็นคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ เพราะได้ยินคนเลื่องลือว่าที่นี่มีนกอ้วนกลม น่ารัก น่าชัง และหายากสุดแสน อย่างนกฮูกลาฟฟิง (Laughing Owl)


#30 By la lune on 2009-06-30 13:57

(ต่อ)
ลืมบอกว่าส่วนที่แก้มีเฉพาะส่วนข้อ 4 กับ 7 จ้ะ sad smile

ต่ออีกนิดนึงข้อ 4 ถ้าบรรยายให้เห็นภาพในที่นี้หมายถึงรูปร่างหน้าตาของตัวละครมากกว่านิสัยใจคอล่ะก็ นายคนนี้เป็นคนสูงทีเดียว หน้าตาบวกกับบุคลิกดูโดยรวมจัดว่าเป็นคนที่ดูดี เนื่องจากผมทองและตาสีอ่อนทำให้ดูเหมือนเป็นสุภาพบุรุษแดนผู้ดี(แต่อย่าได้อ้าปากพูดเลย) ชอบแต่งตัวเรียบๆ เน้นใส่สบาย คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยมากกว่าอย่างอื่น ของที่พกติดตัวนอกเหนือจากกล้องคือเป้หนังเก่าๆคู่ชีพ ข้อเสียคือสูบบุหรี่ แต่ไม่ติดแอลกอฮอล์

#31 By la lune on 2009-06-30 23:30